ทำไมรถแต่ละประเภท เสียภาษีไม่เท่ากัน!

ทำไมรถแต่ละประเภท เสียภาษีไม่เท่ากัน!

12/03/2020

   สิ่งที่ผู้ใช้รถทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ในทุกๆ ปี คือการต่อภาษีหรือต่อทะเบียน หากมีรถยนต์ก็จะเสียค่าต่อหลักพันขึ้นไป รถจักรยานยนต์ก็จะจ่ายถูกหน่อย หน้าที่ของเราก็คือ ต้องจ่ายตามที่บิลระบุมา ซึ่งจ่ายกันไปตลอดจนเป็นเรื่องกิจวัตรประจำปีไปแล้ว แต่เชื่อว่าหลายคนไม่ทราบว่าจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายกรมการขนส่งทางบกมีสูตรคิดอย่างไรเราจึงรวบรวมข้อมูลมาให้คนที่สงสัยได้กระจ่างขึ้นครับ

   สำหรับอัตราการเสียภาษีรถขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ประเภทรถ รุ่นรถ ขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี) น้ำหนักรถ หรืออายุรถ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำมาเป็นตัวกำหนดว่าเราต้องเสียภาษีประจำปีเท่าไร

 

 รถยนต์ส่วนบุคคล

   โดยรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 ที่นั่ง เช่น รถเก๋ง, รถกระบะ 4 ประตู, รถ SUV คิดภาษีตามจำนวนเครื่องยนต์ หรือ ซีซีรถ

  • 1-600 ซีซีแรก ค่าต่อภาษีรถยนต์คิดซีซีละ 0.50 บาท
  • 601 - 1,800 ซีซี ค่าต่อภาษีรถยนต์คิดซีซีละ 1.50 บาท
  • 1,800 ซีซี ค่าต่อภาษีรถยนต์คิดซีซีละ 4.00 บาท

 

รถยนต์ที่จดทะเบียนเกิน 5 ปี

   แต่ถ้าหากรถยนต์ของเราจดทะเบียนเกิน 5 ปี จะได้รับการลดหย่อนภาษีรถยนต์ประจำปี ในปีถัดไป ดังนี้

  • ปีที่ 6 ลดหย่อน ร้อยละ 10%
  • ปีที่ 7 ลดหย่อน ร้อยละ 20%
  • ปีที่ 8 ลดหย่อน ร้อยละ 30%
  • ปีที่ 9 ลดหย่อน ร้อยละ 40%
  • ปีที่ 10 ลดหย่อน ร้อยละ 50%

 

   นอกจากนี้ คุณสามารถดำเนินการเสียภาษีประจำปีได้ล่วงหน้า 3 เดือนก่อนที่ทะเบียนจะขาด หากปล่อยให้ทะเบียนขาดไปแล้ว จะมีค่าปรับเดือนละ 1% ที่เลยกำหนด และถ้าหากทะเบียนขาดเกิน 3 ปี รถจะถูกระงับการใช้งานทันที ต้องเสียค่าปรับย้อนหลังและทำเรื่องจดทะเบียนใหม่ ที่จะทำให้คุณเสียเวลาเป็นอย่างมาก และถ้าหากถูกเจ้าหน้าที่จับระหว่างที่ทะเบียนขาด จะถูกดำเนินคดีและมีค่าปรับตามมาหลักหมื่นบาท เพราะเหตุนี้เราจึงแนะนำให้หมั่นต่อภาษีทุกปี อย่าให้ทะเบียนขาดจะเป็นการดีกว่าครับ

 

เอกสารที่ต้องเตรียม

   และในส่วนของเอกสารที่ต้องเตรียมนั้น มีแค่ 3 อย่างเท่านั้น

  • สมุดเล่มทะเบียนรถ
  • หลักฐานการทำ พ.ร.บ.
  • ใบรับรองการตรวจสภาพรถ

   เมื่อเตรียมพร้อมแล้วสามารถไปที่ขนส่งเพื่อยื่นเรื่องขอต่อภาษีรถยนต์ได้เลยนะครับ

บทความอื่นๆ

วิกฤตดัชนีความร้อน 60 องศา! 5 จุดเสี่ยงบนรถที่คุณต้องเช็ก...ก่อนพังเมษานี้

วิกฤตดัชนีความร้อน 60 องศา! 5 จุดเสี่ยงบนรถที่คุณต้องเช็ก...ก่อนพังเมษานี้

01/04/2026

ความร้อนระดับนี้ไม่ได้ส่งผลเสียแค่กับร่างกายคน แต่ยังเป็น "ศัตรูตัวร้าย" ที่ทำให้อะไหล่รถยนต์เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หากไม่อยากให้รถมาพังกลางทางในหน้าร้อนนี้ ยูไนเต็ด ฮอนด้า ขอพาทุกคนไปเช็กด่วนกับ 5 จุดเสี่ยงบนรถที่ต้องระวังเป็นพิเศษ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ! เข้าสู่เดือนเมษายนแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอากาศบ้านเรามันร้อนทะลุปรอท! ล่าสุดกับกระแส "วิกฤตดัชนีความร้อนสูงแตะ 60 องศาเซลเซียส" ที่ทำเอาคนแทบละลาย แล้วรถยนต์คู่ใจของเราที่ต้องวิ่งฝ่าแดดเปรี้ยงๆ หรือจอดตากแดดทั้งวันล่ะ จะทนไหวแค่ไหน?

อ่านต่อ
อัปเดต Safety ใหม่! Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้าที่มี "ถุงลมกลาง" ต่างจากถุงลมทั่วไปยังไง?

อัปเดต Safety ใหม่! Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้าที่มี "ถุงลมกลาง" ต่างจากถุงลมทั่วไปยังไง?

27/03/2026

เจาะลึกระบบความปลอดภัยใหม่ใน Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ไฮไลท์เด่นคือ "ถุงลมกลางด้านหน้า" (Front Center Airbag) นวัตกรรมล่าสุดที่ช่วยป้องกันศีรษะกระแทกกันระหว่างคนขับและผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนด้านข้าง ซึ่งต่างจากรถทั่วไปอย่างสิ้นเชิง สัมผัสมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่าและอัปเดตเทคโนโลยี EV ก่อนใครได้ที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า

อ่านต่อ
หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อเครื่องยนต์ร้อนจัด (Overheat)

หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อเครื่องยนต์ร้อนจัด (Overheat)

26/03/2026

หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อความร้อนพุ่งสูง เติมน้ำเปล่าได้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น! แต่ไม่ควรใช้ถาวรเพราะเสี่ยงเกิดสนิม ตะกรัน และเครื่องยนต์ Overheat ได้ง่ายกว่าปกติ หากเข็มความร้อนขึ้นสูง ให้รีบหาที่จอดที่ปลอดภัย รอจนเครื่องเย็นสนิทก่อนตรวจสอบจุดรั่วซึม เพื่อความชัวร์ควรเปลี่ยนเป็นน้ำยาหล่อเย็นมาตรฐานและตรวจเช็กระบบระบายความร้อนที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า ทันที เพื่อป้องกันเครื่องยนต์พังเสียหายหนักครับ

อ่านต่อ
Uto