อาการของสายพันธุ์โอไมครอนเป็นอย่างไร เช็กเลย!

อาการของสายพันธุ์โอไมครอนเป็นอย่างไร เช็กเลย!

03/03/2022

ปัจจุบันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ได้มีสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า “โอไมครอน” หรือ “โอมิครอน” ที่ผู้คนส่วนใหญ่ติดกันมากที่สุดเพราะแค่มี “อาการไอ” และยังได้กลิ่นรวมถึงรับรสได้ปกติหรืออาจจะแค่ลดลงเพียง 2% เท่านั้นเองครับ

 

   สำหรับสายพันธุ์ใหม่นี้มีรหัสที่เรียกว่า โควิดสายพันธุ์ B.1.1.529 หรือ โอไมครอน (Omicron) ซึ่งสายพันธุ์นี้ได้ระบาดในหลายประเทศแล้ว เชื่อกันว่าไวรัสสายพันธุ์นี้จะสามารถแพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดลตา สามารถเข้าสู่ระบบร่างกายมนุษย์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น อาจจะหลบภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น และยังมีแนวโน้มต้านประสิทธิภาพวัคซีนอีกด้วย นอกจากนี้ คนที่เคยติดเชื้อโควิด-19 แล้วยังมีโอกาสที่จะติดเชื้อซ้ำได้จากสายพันธุ์โอไมครอน รวมถึงความรุนแรงของสายพันธุ์นี้ยังไม่แน่ชัดอีกว่าจะทำให้การเจ็บป่วยหรือการติดเชื้อรุนแรงขึ้นหรือไม่

   เมื่อติดเชื้อของสายพันธุ์โอไมครอนนี้ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยแสดงอาการมากนัก จนทำให้ผู้ที่ติดเชื้อบางท่านไม่ทราบว่าตัวเองนั้นติดเชื้อแล้ว วันนี้ ยูไนเต็ด ฮอนด้า ได้รวบรวมอาการของโควิดสายพันธุ์โอไมครอนมาฝากกันครับ

 

  • อาการไม่สบายเหมือนเป็นไข้หวัดธรรมดา และมีอาการเพียงแค่ 1-2 วัน รวมถึงมีอาการไอเล็กน้อยและระคายคอ

 

  • จมูกยังสามารถได้กลิ่นและรับรสได้ดีปกติ หรืออาจจะลดลงเพียง 2% เท่านั้น ซึ่งต่างจากสายพันธุ์ที่อาการชัดเจน

 

  • ไม่ค่อยมีไข้สูง เพราะสายพันธุ์อื่นมักจะมีไข้สูงอย่างเห็นได้ชัด

 

  • รู้สึกล้า และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ

 

  • อาการของสายพันธุ์โอไมครอนยังไม่ชัดเจนเท่ากับสายพันธุ์อื่นๆ

 

  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ อาจทำให้มีอาการรุนแรงและได้รับผลกระทบหนักกว่าโรคอื่นๆ

 

  • หากเบื้องตันมีอาการไม่รุนแรง จะสามารถรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) ได้

 

   สำหรับผู้ที่สามารถรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) ได้นั้นจะเป็นผู้ที่ติดเชื้อที่สบายดีหรือไม่มีอาการ มีอายุไม่เกิน 60 ปี มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง รวมไปถึงต้องยินยอมในการแยกกักตัวด้วยนั่นเองครับ และการรักษาตัวที่บ้านมีข้อปฏิบัติดังนี้

  • แยกห้องพักเป็นห้องส่วนตัวคนเดียว ถ้าเป็นไปได้ควรเป็นห้องที่มีห้องน้ำในตัวแยกออกมาเพื่อลดการสัมผัสกับผู้อื่น แต่ถ้าแยกไม่ได้ควรแยกให้ห่างจากผู้ให้ได้มากที่สุด และควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท
  • แยกของใช้ส่วนตัวกับผู้อื่น
  • ห้ามอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่น ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร
  • ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ในกรณีที่ไม่ได้อยู่คนเดียว
  • ห้ามทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
  • เสื้อผ้าและเครื่องนอนควรแยกซัก
  • แยกทิ้งขยะ โดยจะต้องมัดปากถุงขยะให้แน่น
  • ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งที่สัมผัสของใช้ต่างๆ

 

   เชื่อครับว่า ปัจจุบันนี้ทุกคนมีวิธีป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และสิ่งที่หลายคนมองข้ามหรือไม่ทันได้ระวังตัวก็คือ การกินข้าวร่วมกัน ซึ่งนั้นเป็นจุดเสี่ยงที่สำคัญเลยนะครับ ที่จะทำให้เราติดเชื้อรวมถึงการแพร่เชื้อได้อีกด้วยนั่นเอง อย่างไรก็ตามอย่าลืมดูแลและป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัดด้วยนะครับ

 

บทความอื่นๆ

เจาะสาเหตุ...ทำไมไม้กั้นไม่ทำงาน? และนาทีไฟลุกท่วมจากถังก๊าซ NGV วิเคราะห์จากคลิปกล้องหน้ารถ ทำไมรถเมล์ถึงจอดคร่อมราง

เจาะสาเหตุ...ทำไมไม้กั้นไม่ทำงาน? และนาทีไฟลุกท่วมจากถังก๊าซ NGV วิเคราะห์จากคลิปกล้องหน้ารถ ทำไมรถเมล์ถึงจอดคร่อมราง

18/05/2026

สรุปปมสงสัยรถไฟชนรถเมล์สาย 206 แยกอโศก-ดินแดง เจาะลึกจากคลิปวิดีโอกล้องหน้ารถ ทำไมไม้กั้นทางรถไฟถึงไม่ทำงาน? เผยสาเหตุไฟลุกท่วมรวดเร็วจากการชนถังก๊าซ NGV ใต้ท้องรถ พร้อมอุทาหรณ์ภัยใกล้ตัวจากการจอดรถติดคร่อมรางรถไฟที่ทำให้สูญเสียถึง 8 ชีวิต และบาดเจ็บกว่า 30 ราย อ่านวิเคราะห์สถานการณ์นาทีต่อนาทีได้ที่นี่

อ่านต่อ
ไข้หวัดทั่วไป VS ไวรัสฮันตา: ต่างกันอย่างไร? เช็กสัญญาณอันตรายจากหนูที่อาจรุนแรงถึงชีวิต (อัปเดต 2569)

ไข้หวัดทั่วไป VS ไวรัสฮันตา: ต่างกันอย่างไร? เช็กสัญญาณอันตรายจากหนูที่อาจรุนแรงถึงชีวิต (อัปเดต 2569)

16/05/2026

แยกให้ออก! ไข้หวัดทั่วไป กับ ไวรัสฮันตา (Hantavirus) ต่างกันอย่างไร? สรุปความแตกต่างของอาการ ภัยเงียบจากหนูที่มีอัตราป่วยตายสูงถึง 50% พร้อมวิธีสังเกตสัญญาณอันตรายทางปอดและไต และขั้นตอนการป้องกันตนเองจากการสูดดมเชื้อ ข้อมูลสำคัญที่คุณต้องรู้เพื่อความปลอดภัยของครอบครัวในปี 2569

อ่านต่อ
รู้ทันไวรัสฮันตาภัยเงียบจากหนู การป้องกันเริ่มต้นที่ความเข้าใจ: อาการ วิธีติดต่อ และแนวทางรักษาล่าสุดปี 2569

รู้ทันไวรัสฮันตาภัยเงียบจากหนู การป้องกันเริ่มต้นที่ความเข้าใจ: อาการ วิธีติดต่อ และแนวทางรักษาล่าสุดปี 2569

15/05/2026

ทำความรู้จัก ไวรัสฮันตา (Hantavirus) ภัยร้ายจากหนูที่มีอัตราป่วยตายสูงถึง 50% เจาะลึกอาการสำคัญทั้งกลุ่มโรคทางปอดและไตวาย สรุปช่องทางการติดต่อจากการสูดดมเชื้อ และวิธีป้องกันตนเองอย่างถูกต้องตามมาตรฐานกรมควบคุมโรค อัปเดตสถานการณ์ระบาดล่าสุดปี 2569 เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว

อ่านต่อ
Uto