ขับรถเดินทางปีใหม่กลางคืน เสี่ยงแค่ไหน? คนใช้รถต้องระวังอะไรบ้าง

ขับรถเดินทางปีใหม่กลางคืน เสี่ยงแค่ไหน? คนใช้รถต้องระวังอะไรบ้าง

24/12/2025

ขับรถเดินทางปีใหม่กลางคืน เสี่ยงแค่ไหน? คนใช้รถต้องระวังอะไรบ้าง

ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงที่มีการใช้รถใช้ถนนหนาแน่นตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะการเดินทางในเวลากลางคืนที่หลายคนเลือก เพราะรถน้อย ถนนโล่ง แต่ในมุมของผู้ใช้รถยนต์แล้ว การขับรถกลางคืนช่วงปีใหม่ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง หากขาดการเตรียมพร้อมที่ดี

ความเสี่ยงของการขับรถกลางคืนช่วงปีใหม่

 

1. ทัศนวิสัยต่ำ มองเห็นจำกัด
การขับรถตอนกลางคืนทำให้การมองเห็นลดลง โดยเฉพาะถนนต่างจังหวัดที่มีไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ ผู้ขับขี่อาจมองไม่เห็นรถจอดข้างทาง คนเดินถนน หรือสัตว์ตัดหน้าในระยะที่ปลอดภัย

 

2. อาการง่วงและอ่อนล้า
ผู้ขับขี่จำนวนมากเดินทางไกลหลังเลิกงาน หรือขับรถต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้เกิดอาการหลับใน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุรุนแรงในช่วงกลางคืน

 

3. ผู้ใช้รถบางรายดื่มแล้วขับ
ช่วงปีใหม่เป็นช่วงสังสรรค์ โอกาสพบผู้ขับขี่ที่มีแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงกว่าปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อการชนแบบไม่คาดคิด

 

4. ถนนโล่งแต่ความเร็วสูง
ถนนที่ดูโล่งในเวลากลางคืน มักทำให้ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ซึ่งลดเวลาตอบสนองและเพิ่มความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุ

 

วิธีเตรียมรถให้พร้อมก่อนขับกลางคืน

 

ตรวจระบบไฟส่องสว่าง
ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก และไฟตัดหมอก ต้องใช้งานได้สมบูรณ์

เช็กยางและแรงดันลม
ยางต้องไม่สึก และแรงดันลมเหมาะสม เพื่อการยึดเกาะถนนที่ดี

ตรวจเบรกและระบบช่วยขับขี่
เช่น ABS, VSA, Honda Sensing หรือระบบความปลอดภัยอื่น ๆ

เติมน้ำมันให้เพียงพอ
หลีกเลี่ยงการหาปั๊มน้ำมันในเส้นทางเปลี่ยวช่วงดึก

เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินในรถ
สายพ่วงแบต ไฟฉาย ยางอะไหล่ และเบอร์ประกันภัย

 

เทคนิคขับรถกลางคืนให้ปลอดภัย

ใช้ความเร็วเหมาะสม แม้ถนนจะโล่ง

เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ

หากเริ่มง่วง ให้จอดพักทันที อย่าฝืนขับ

หลีกเลี่ยงการเปิดไฟสูงใส่รถสวนทาง

ใช้ระบบช่วยขับขี่อย่างมีสติ ไม่ประมาท

 

รถดี + คนขับพร้อม = ปีใหม่ปลอดภัย

การขับรถเดินทางช่วงปีใหม่ ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก รถที่ได้รับการดูแลดี พร้อมระบบความปลอดภัย และผู้ขับขี่ที่มีสติ จะช่วยลดความเสี่ยงบนท้องถนนได้อย่างมาก

ขับขี่ปลอดภัย ถึงที่หมายอย่างอุ่นใจ ให้ปีใหม่เริ่มต้นด้วยเรื่องดี ๆ


New Honda CR-V e:HEV

เริ่มต้น 1,399,000 บาท
ผ่อนเริ่มต้น 15,100 บาท/เดือน

ดูรายละเอียด

บทความอื่นๆ

วิกฤตดัชนีความร้อน 60 องศา! 5 จุดเสี่ยงบนรถที่คุณต้องเช็ก...ก่อนพังเมษานี้

วิกฤตดัชนีความร้อน 60 องศา! 5 จุดเสี่ยงบนรถที่คุณต้องเช็ก...ก่อนพังเมษานี้

01/04/2026

ความร้อนระดับนี้ไม่ได้ส่งผลเสียแค่กับร่างกายคน แต่ยังเป็น "ศัตรูตัวร้าย" ที่ทำให้อะไหล่รถยนต์เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หากไม่อยากให้รถมาพังกลางทางในหน้าร้อนนี้ ยูไนเต็ด ฮอนด้า ขอพาทุกคนไปเช็กด่วนกับ 5 จุดเสี่ยงบนรถที่ต้องระวังเป็นพิเศษ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ! เข้าสู่เดือนเมษายนแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอากาศบ้านเรามันร้อนทะลุปรอท! ล่าสุดกับกระแส "วิกฤตดัชนีความร้อนสูงแตะ 60 องศาเซลเซียส" ที่ทำเอาคนแทบละลาย แล้วรถยนต์คู่ใจของเราที่ต้องวิ่งฝ่าแดดเปรี้ยงๆ หรือจอดตากแดดทั้งวันล่ะ จะทนไหวแค่ไหน?

อ่านต่อ
อัปเดต Safety ใหม่! Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้าที่มี "ถุงลมกลาง" ต่างจากถุงลมทั่วไปยังไง?

อัปเดต Safety ใหม่! Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้าที่มี "ถุงลมกลาง" ต่างจากถุงลมทั่วไปยังไง?

27/03/2026

เจาะลึกระบบความปลอดภัยใหม่ใน Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ไฮไลท์เด่นคือ "ถุงลมกลางด้านหน้า" (Front Center Airbag) นวัตกรรมล่าสุดที่ช่วยป้องกันศีรษะกระแทกกันระหว่างคนขับและผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนด้านข้าง ซึ่งต่างจากรถทั่วไปอย่างสิ้นเชิง สัมผัสมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่าและอัปเดตเทคโนโลยี EV ก่อนใครได้ที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า

อ่านต่อ
หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อเครื่องยนต์ร้อนจัด (Overheat)

หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อเครื่องยนต์ร้อนจัด (Overheat)

26/03/2026

หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อความร้อนพุ่งสูง เติมน้ำเปล่าได้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น! แต่ไม่ควรใช้ถาวรเพราะเสี่ยงเกิดสนิม ตะกรัน และเครื่องยนต์ Overheat ได้ง่ายกว่าปกติ หากเข็มความร้อนขึ้นสูง ให้รีบหาที่จอดที่ปลอดภัย รอจนเครื่องเย็นสนิทก่อนตรวจสอบจุดรั่วซึม เพื่อความชัวร์ควรเปลี่ยนเป็นน้ำยาหล่อเย็นมาตรฐานและตรวจเช็กระบบระบายความร้อนที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า ทันที เพื่อป้องกันเครื่องยนต์พังเสียหายหนักครับ

อ่านต่อ
Uto