เราอยู่ในกลุ่มไหน? สังเกตอาการโควิดด้วยตนเอง

เราอยู่ในกลุ่มไหน? สังเกตอาการโควิดด้วยตนเอง

07/08/2021

   ในสถานการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบอย่างมากเลยก็คือโรงพยาบาลด้วยจำนวนเตียงที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ติดเชื้อที่รอการเข้ารักษาเป็นจำนวนมาก และด้วยเหตุผลนี้จึงได้แบ่งกลุ่มเพื่อประเมินอาการความรุนแรงของผู้ติดเชื้อ ซึ่งแบ่งได้ 3 กลุ่ม 

 

กลุ่มอาการสีเขียว

กลุ่มอาการสีเขียว
  • มีไข้ หรือวัดอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 37.5 องศาขึ้นไป
  • ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ
  • ไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ตาแดง ผื่นขึ้น
  • ถ่ายเหลว
  • ไม่มีอาการหายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หายใจลำบาก
  • ไม่มีอาการปอดอักเสบ
  • ไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง หรือโรคร่วมสำคัญ

   ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อที่อยู่ในระดับสีเขียวจะให้รักษาด้วยวิธี Home Isolation คือการกักตัวอยู่ที่บ้าน และถ้ามีอาการมากขึ้นจะพิจารณาส่งต่อให้กับสถานพยาบาลรักษา

 

กลุ่มอาการสีเหลือง

กลุ่มอาการสีเหลือง
  • แน่นหน้าอก
  • หายใจไม่สะดวกขณะทำกิจกรรม
  • หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบาก เวลาไอแล้วเหนื่อย
  • อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ
  • ปอดอักเสบ
  • ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน ร่วมกับอาการหน้ามืด วิงเวียน

   ในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่รอช้าไม่ได้จะต้องประสานงานหาเตียง ซึ่งจะต้องรอคิวจากกลุ่มอาการสีแดง

 

กลุ่มอาการสีแดง

กลุ่มอาการสีแดง
  • หอบเหนื่อย พูดไม่เป็นประโยคขณะสนทนา
  • แน่นหน้าอกตลอดเวลา หายใจแล้วเจ็บหน้าอก
  • อาการซึม เรียกไม่รู้สึกตัว หรือตอบสนองช้า
  • มีภาวะปอดบวมและปอดอักเสบรุนแรง
  • ควรเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันที

   ผู้ป่วยในกลุ่มนี้จะต้องเข้ารับการรักษาทันที

 

   ถ้าประเมินอาการแล้วไม่ได้มีอาการรุนแรงจะให้รักษาตัวโดยกักตัวอยู่ที่บ้าน (Home Isolation) โดยจะจัดชุดเวชภัณฑ์ดูแลรักษาโรคเบื้องต้นไปให้ที่บ้าน แต่ถ้าหากไม่สามารถแยกกักตัวอยู่ที่บ้านได้ก็จะมีเจ้าหน้าที่ทำการตรวจขึ้นยืนยันผลด้วยวิธี RT-PCR อีกครั้ง หากผลเป็นบวกก็จะทำการส่งตัวเข้าศูนย์พักคอย (Community Isolation) เพื่อให้ผู้ติดเชื้อได้มาอยู่ในความดูแลของบุคลากรทางการแพทย์และรับยาได้ทันที

 

   อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการไปสถานที่แออัดด้วยนะครับ

บทความอื่นๆ

ประกันรถยนต์ มีความจำเป็นขนาดไหน ประกันภัยไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือความจำเป็น

ประกันรถยนต์ มีความจำเป็นขนาดไหน ประกันภัยไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือความจำเป็น

17/12/2025

ชนจริง เจ็บจริง ชีวิตจริงไม่ใช่คอนเทนต์ ในโลกออนไลน์ เราอาจเห็นคลิปอุบัติเหตุผ่านตาอยู่บ่อยครั้ง บางคลิปถูกตัดต่อให้ดูเหมือนเรื่องไกลตัว เป็นเพียงคอนเทนต์ที่เลื่อนผ่านแล้วก็จบ แต่ในชีวิตจริง… อุบัติเหตุไม่เคยเลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่ และไม่เลือกใคร แค่เสี้ยววินาทีจากความประมาท รถเฉี่ยว ชน ล้ม หรือพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว อาจเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตได้ทันที ไม่ใช่แค่รถพัง แต่หมายถึง ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียเวลา ค่าซ่อม ค่าชดเชย และความกังวลที่ตามมา

อ่านต่อ
พายุวิภามาแล้ว! ส่งผลกระทบกับเราหรือไม่ พร้อมวิธีรับมือแบบไม่ประมาท

พายุวิภามาแล้ว! ส่งผลกระทบกับเราหรือไม่ พร้อมวิธีรับมือแบบไม่ประมาท

23/07/2025

ช่วงฤดูฝนในประเทศไทย มักมาพร้อมกับพายุที่อาจสร้างผลกระทบทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน หนึ่งในพายุที่หลายคนเริ่มได้ยินชื่อกันบ่อยขึ้นในข่าว คือ “พายุวิภา” ซึ่งแม้ไม่ใช่พายุขนาดใหญ่ที่สุด แต่ก็สามารถสร้างความเสียหายได้หากไม่เตรียมพร้อม มารู้จักพายุวิภาให้มากขึ้น พร้อมวิธีรับมือและคำแนะนำสำคัญ เพื่อความปลอดภัยทั้งของคุณและรถยนต์ของคุณ “พายุวิภา” เป็นพายุโซนร้อนที่มีชื่อจากประเทศไทย โดยคำว่า “วิภา” หมายถึง “แสงสว่าง” หรือ “ผู้มีปัญญา” แม้ชื่อจะฟังดูดี แต่พายุลูกนี้อาจส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันของเราไม่น้อย…

อ่านต่อ
ทำไม? ยังมีอาการเวียนหัวไม่หายหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว อาการแบบนี้ปกติหรือไม่และวิธีแก้ต้องทำอย่างไร

ทำไม? ยังมีอาการเวียนหัวไม่หายหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว อาการแบบนี้ปกติหรือไม่และวิธีแก้ต้องทำอย่างไร

31/03/2025

เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศไทยในหลายจังหวัดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมาถึงกรุงเทพฯ สร้างความตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีตึกและตามอาคารบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตามหากท่านใดที่มีอาการเวียนหัวหรืออาการเมาหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว สิ่งแรกที่ต้องปฏิบัติก็คือหลีกเลี่ยงการเดินหรือการเคลื่อนไหวเร็วก่อนนะครับ หาที่นั่งพักในที่ที่ปลอดภัย พร้อมกับดื่มน้ำเพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถปรับสมดุล แต่ถ้าหากมีอาการเป็นเวลานานเกิน 1 สัปดาห์ หรือมีอาการรุนแรงเช่น เวียนหัวจนล้ม คลื่นไส้อาเจียนตลอดเวลา ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอาการเพิ่มเติมนะครับ หากมีข้อสงสัยหรือมีอาการผิดปกติ สามารถขอคำปรึกษาจากแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สามธารณสุขได้ทันทีที่ สายด่วนสุขภาพ 1669 และสายด่วนสุขภาพจิต 1323

อ่านต่อ
Uto