เช็กลิสต์ระดับน้ำท่วม รถของคุณลุยได้แค่ไหน?
การประเมินความสูงของน้ำท่วมขังเทียบกับตัวรถ คือสิ่งสำคัญที่สุดก่อนตัดสินใจลุย:
- ระดับ 10–20 เซนติเมตร (ระดับข้อเท้าถึงครึ่งแข้ง): รถยนต์ทุกประเภททั้งรถเก๋งและ SUV สามารถขับผ่านได้ตามปกติ ไม่ส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์
- ระดับ 20–30 เซนติเมตร (ระดับใต้ท้องรถเก๋ง): รถเก๋งเริ่มมีความเสี่ยง น้ำอาจเริ่มแตะใต้ท้องรถ ให้ปิดแอร์และขับช้าๆ ส่วนรถ SUV ยังลุยได้สบาย
- ระดับ 30–40 เซนติเมตร (ระดับชายประตูรถเก๋ง): อันตรายสำหรับรถเก๋ง น้ำอาจรั่วซึมเข้าห้องโดยสารและพัดลมหม้อน้ำอาจตีน้ำจนมอเตอร์พัง รถ SUV/กระบะ ยังขับผ่านได้แต่ต้องระวัง
- ระดับ 60 เซนติเมตรขึ้นไป (ระดับฝากระโปรงหน้า): ห้ามลุยเด็ดขาด! น้ำจะไหลเข้าท่อไอดีและกรองอากาศ ทำให้เครื่องยนต์ดับและเสียหายร้ายแรง (Engine Lock)
รวมเบอร์โทรฉุกเฉินน้ำท่วม เซฟไว้รอด! พร้อมวิธีรับมือเหตุฉุกเฉินและวิธีดูแลรถยนต์เมื่อน้ำท่วมขัง คลิก
เทคนิคขับรถลุยน้ำท่วมขังอย่างปลอดภัย เครื่องไม่ดับ
หากหลีกเลี่ยงไม่ได้และจำเป็นต้องขับผ่านจุดน้ำท่วมขัง ให้ปฏิบัติตามแนวทางนี้:
- ปิดระบบเครื่องปรับอากาศ (ปิดแอร์) ทันที: ป้องกันไม่ให้พัดลมหม้อน้ำหมุนพัดเอาน้ำกระเซ็นเข้าห้องเครื่องหรือท่อไอดี
- ใช้เกียร์ต่ำและรักษาความเร็วให้คงที่: รถเกียร์อัตโนมัติให้ใช้เกียร์ L หรือ D1/D2 รถเกียร์ธรรมดาใช้เกียร์ 1 หรือ 2 เพื่อรักษาแรงบิด

- เว้นระยะห่างและไม่คลัทช์/เบรกกระทันหัน: รักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างน้อย 2-3 ช่วงคัน เพื่อป้องกันการหยุดรถกะทันหันในจุดที่น้ำลึก
- ระวังคลื่นน้ำจากรถสวน: ขับช้าๆ เพื่อไม่ให้เกิดคลื่นน้ำซัดเข้าฝากระโปรงหน้ารถตนเองหรือรถคันอื่น
- ย้ำเบรกหลังพ้นน้ำ: เมื่อขับพ้นจุดน้ำท่วมขัง ให้เหยียบเบรกเบาๆ ซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง เพื่อไล่น้ำออกจากผ้าเบรกและจานเบรก
เช็กลิสต์ 10 โรคที่ต้องระวังช่วงหน้าฝน ดูแลสุขภาพและขับขี่ปลอดภัยรับฤดูฝน คลิก
พิกัดจุดเสี่ยงน้ำท่วมขังบ่อยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
เส้นทางหลักที่มักเกิดปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายเมื่อฝนตกหนัก ซึ่งควรเช็กจราจรก่อนเดินทาง:
- ถนนลาดพร้าว: ช่วงแยกรัชดา-ลาดพร้าว ถึงคลองเจ้าคุณสิงห์
- ถนนสุขุมวิท: ช่วงอโศก - พระโขนง - บางนา
- ถนนแจ้งวัฒนะ: ช่วงหน้าศูนย์ราชการ - ปากเกร็ด
- ถนนพหลโยธิน: ช่วงวงเวียนบางเขน - หน้าตลาดยิ่งเจริญ
- ถนนศรีนครินทร์: ช่วงแยกลำสาลี - ศรีเอี่ยม
Q&A ตอบทุกข้อสงสัย
เรื่องการนำรถลุยน้ำท่วม
Q: ขับรถลุยน้ำท่วมแล้วเครื่องดับกลางทาง ควรสตาร์ทรถใหม่ไหม?
A: ห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่เด็ดขาด เพราะหากน้ำเข้าท่อไอดีแล้ว การสตาร์ทจะยิ่งดันน้ำเข้าสู่ลูกสูบ ทำให้ก้านสูบหักและเครื่องยนต์พังเสียหายหนัก ให้รีบดับไฟเลี้ยว ขอความช่วยเหลือ หรือย้ายรถเข้าข้างทาง
Q: ทำไมต้องปิดแอร์เวลาขับรถลุยน้ำท่วม?
A: การเปิดแอร์จะทำให้พัดลมหม้อน้ำทำงาน ซึ่งจะพัดเอาน้ำท่วมขังเข้ามากระจายทั่วห้องเครื่อง ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าลัดวงจร หรือพัดลมตีถูกเศษขยะจนใบพัดหักได้
Q: หลังขับรถลุยน้ำท่วมมา มีอาการเบรกไม่อยู่ เกิดจากอะไร?
A: เกิดจากน้ำเข้าไปแทรกซึมอยู่ระหว่างผ้าเบรกและจานเบรก ทำให้ความฝืดลดลง วิธีแก้ไขคือขับช้าๆ และเหยียบเบรกเบาๆ ซ้ำๆ หลายครั้งเพื่อใช้ความร้อนไล่ความชื้นออก
Q: ประกันภัยรถยนต์คุ้มครองกรณีขับรถลุยน้ำท่วมไหม?
A: ประกันภัยชั้น 1 ส่วนใหญ่ให้ความคุ้มครองภัยจากน้ำท่วม แต่ต้องไม่ใช่กรณีที่ผู้ขับขี่เจตนาขับลุยน้ำที่สูงมากทั้งที่รู้ว่าเสี่ยง หรือเจตนาสตาร์ทรถซ้ำขณะน้ำเข้าเครื่องยนต์
Q: ถ้าน้ำท่วมเข้าห้องโดยสาร พรมพื้นเปียก ต้องจัดการอย่างไร?
A: ต้องรีบนำพรมออกมาซักและตากแดดให้แห้งสนิท พร้อมทั้งเปิดประตูรถผึ่งลมเพื่อป้องกันเชื้อราและกลิ่นอับ หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลต่อกล่องควบคุมไฟฟ้า (ECU) ที่อยู่ใต้เบาะ
Q: รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขับลุยน้ำท่วมได้ปลอดภัยกว่ารถน้ำมันจริงไหม?
A: จริงในระดับหนึ่ง เนื่องจากแบตเตอรี่และมอเตอร์ของรถ EV ถูกซีลกันน้ำมาตรฐน IP67/IP68 แต่ยังคงมีข้อจำกัดเรื่องระดับความสูงน้ำ และระบบคอมพิวเตอร์ในรถที่อาจช็อตได้หากน้ำสูงเกินขอบประตู
Q: ขับรถลุยน้ำทะเลหรือน้ำเค็ม ท่วมขัง แตกต่างจากน้ำฝนอย่างไร?
A: น้ำเค็มส่งผลให้เกิดการกัดกร่อนและสนิมได้อย่างรวดเร็ว หากจำเป็นต้องลุยน้ำเค็ม ต้องรีบฉีดล้างช่วงล่างด้วยน้ำสะอาดทันทีหลังจากขับพ้นพื้นที่
Q: วิธีเช็กเบื้องต้นว่าน้ำเข้าเครื่องยนต์หรือยัง ทำอย่างไร?
A: ให้ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาดู หากสีของน้ำมันเครื่องเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นเหมือนกาแฟใส่นม แสดงว่ามีน้ำผสมอยู่ในระบบเครื่องยนต์ ห้ามใช้งานรถต่อเด็ดขาด
Q: จอดรถทิ้งไว้แล้วน้ำท่วมถึงครึ่งคัน ควรทำอย่างไรก่อนใช้งาน?
A: ห้ามบิดกุญแจหรือกดปุ่มสตาร์ทเด็ดขาด ให้ถอดขั้วแบตเตอรี่ออก แล้วเลื่อนย้ายรถไปที่แห้ง จากนั้นเรียกช่างหรือรถสไลด์ไปตรวจเช็กที่ศูนย์บริการ ยูไนเต็ด ฮอนด้า

Q: ระดับน้ำท่วมสูงแค่ไหน ถึงเรียกว่าอันตรายจนไม่ควรนำรถออกจากบ้าน?
A: หากระดับน้ำท่วมสูงเกิน 30 เซนติเมตร หรือสูงเกินครึ่งล้อรถเก๋ง ถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่ควรกระทบหรือนำรถออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น
ขับรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่คน ผิดกฎหมายไหม? สรุปบทลงโทษและข้อกฎหมายที่คนมีรถต้องรู้ คลิก
ความเสียหายจากน้ำท่วมขังอาจเกิดขึ้นได้เพียงเสี้ยววินาทีที่คุณตัดสินใจลุย การประเมินสถานการณ์อย่างมีสติและการรู้วิธีรับมือที่ถูกต้อง คือเกราะป้องกันไม่ให้เงินในกระเป๋าของคุณต้องปลิวไปกับค่าซ่อมหลักแสน หากไม่แน่ใจในระดับความลึกของน้ำ "การเลี่ยงและจอดรอ" ย่อมดีกว่า "การเสี่ยงลุย" เสมอ จำไว้ว่า ปลอดภัยไว้ก่อน ประหยัดทั้งเงินและเวลาของคุณ!
หากคุณยังคงกังวลหรือไม่มั่นใจในสภาพรถหลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมขัง อย่าปล่อยให้ความลังเลสร้างความเสียหายต่อเครื่องยนต์ ให้ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญและบริการรถยกจากศูนย์บริการ ยูไนเต็ด ฮอนด้า Line : @unitedhonda Facebook : United Honda Automobile หรือโทร 02-432-2222 เพื่อให้ทุกการสตาร์ตรถครั้งต่อไป เต็มไปด้วยความมั่นใจและปลอดภัยในทุกเส้นทางครับ