รถไฟฟ้า 100% Honda e:N2 ดีไซน์ล้ำ สเปกแรง พร้อมเทคโนโลยีสุด Exclusive ที่คุณต้องหลงรัก!
ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้ามาถึงแล้ว! และฮอนด้าก็ไม่ทำให้ผิดหวังกับการเปิดตัว Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นที่ 2 ในตระกูล e:N Series ที่มาพร้อมคอนเซปต์ "หรูหรา ล้ำสมัย และขับสนุก" วันนี้ ยูไนเต็ด ฮอนด้า จะพาทุกท่านไปสแกนทุกฟีเจอร์เด็ดและเทคโนโลยีที่ทำให้รถคันนี้ไม่ใช่แค่รถไฟฟ้าทั่วไป

ดีไซน์เฉียบเข้ม (Knives Out)
Honda e:N2 มาในรูปทรง Coupe SUV (Fastback) ที่เน้นความสปอร์ตและอากาศพลศาสตร์ เส้นสายตัวรถเฉียบคมเหมือนใบมีด (Knives Out) พร้อมโลโก้ H-Mark แบบเรืองแสง และมือจับประตูแบบซ่อน (Hidden Door Handles) ที่นอกจากจะดูเท่แล้ว ยังช่วยลดแรงต้านลม เพิ่มระยะทางวิ่งได้ไกลขึ้นอีกด้วย
รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ 2026! Honda e:N2 รถไฟฟ้า 100% เปิดจองสิทธิ์แล้ววันนี้ที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า คลิก
เทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร
ฮอนด้าจัดเต็มฟีเจอร์ที่ไม่เคยมีในรุ่นไหนมาก่อน เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่แบบ Digital Experience

เปลี่ยนรถให้เป็น Safe Zone... ที่หอมจนไม่อยากลง
- Aroma Diffuser: ระบบน้ำหอมอโรมาที่มีให้เลือกถึง 6 กลิ่น สามารถเลือกใช้กับรถได้ 3 กลิ่น ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายตลอดการเดินทาง
ลองจินตนาการดูนะครับ หลังจากวันที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน หรือต้องผจญกับการจราจรที่วุ่นวายภายนอก ทันทีที่คุณก้าวเข้ามานั่งในแล้วได้กลิ่นหอมละนุ่ม อโรมาจะดีแค่ไหน เพราะกลิ่นจะช่วยบำบัดความเครียด ความเหนื่อยล้า ของเราได้เลยนะครับ
ปิดประตู... แล้วทิ้งความวุ่นวายไว้ข้างหลัง
- Acoustic & Privacy Glass: กระจกกันเสียงรอบคันและกระจกหลังแบบส่วนตัว ให้ห้องโดยสารเงียบสงบเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัว

จุดเด่นก็คือ "ความเงียบ" ทันทีที่เราปิดประตูรถปุ๊บ โลกภายนอกที่เคยเสียงดังๆ จะเหมือนถูกกดปุ่มปิดเสียงทันที เพราะกระจกเขาทำมาพิเศษเพื่อกันเสียงรบกวนโดยเฉพาะ แถมกระจกครึ่งหลังยังเป็นแบบฟิล์มเข้ม (Privacy Glass) ที่คนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็น ให้คุณได้นั่งพักสายตา นอนเล่น หรือคุยความลับกับคนพิเศษได้แบบส่วนตัวสุดๆ เหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวที่มีแค่เราจริงๆ

ขับสนุกเหมือนขับยานอวกาศ... โดยไม่ต้องละสายตา
- Interactive Display: หน้าจอกลางขนาด 12.8 นิ้ว และหน้าจอแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว ช่วยให้คุณไม่ต้องละสายตาจากถนน
ลืมหน้าจอแบบเดิมๆ ไปได้เลย! เพราะข้างในนี้มีหน้าจอกลางขนาดใหญ่เบิ้ม 12.8 นิ้ว ที่ลื่นปรื๊ดเหมือนไอแพด และที่ว้าวสุดคือหน้าจอ HUD ที่ยิงข้อมูลความเร็วหรือแผนที่ขึ้นไปบนกระจกหน้าตรงระดับสายตาเราเลยครับ ฟีลเหมือนเราเป็นพระเอกหนัง Sci-fi ที่ไม่ต้องก้มมองหน้าจอให้เสียจังหวะ มือจับพวงมาลัย ตาดูถนน แต่ข้อมูลทุกอย่างอยู่ตรงหน้าครบ! ทั้งเท่ ทั้งปลอดภัยแบบนี้ ไม่รักยังไงไหว

สมรรถนะและการขับขี่ (Performance)
พัฒนาบนแพลตฟอร์ม e:N Architecture F ที่ออกแบบมาเพื่อรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ
- แบตเตอรี่: ขนาด 68.8 kWh วิ่งได้ไกลถึง 530 กม. (มาตรฐาน NEDC)
- พละกำลัง: แรงบิด 310 นิวตันเมตร เร่งแซงทันใจแต่ยังคงความนุ่มนวลตามสไตล์ฮอนด้า
- โหมดการขับขี่: เลือกได้ 4 โหมด (Sport, Normal, Econ, และ Snow) ตอบโจทย์ทุกสภาพถนน
เจาะลึก Honda e:N2 รถไฟฟ้าที่คนรักความสปอร์ตต้องมี จุของได้จริงไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน คลิก
Snow Mode ไม่ต้องรอให้หิมะตก ก็หลงรักโหมดนี้ได้!
“Snow Mode = Road Safety ในวันฝนตก ซึ่งเหมาะกับเมืองไทยมาก”
หลายคนเห็นชื่อแล้วอาจจะสงสัยว่า เมืองไทยร้อนขนาดนี้ จะได้ใช้เหรอ? เหมาะกับเมืองไทยจริงหรอ? แต่เชื่อไหมครับว่า ในวันที่ฝนตกหนักจนถนนลื่นหรือต้องขับผ่านเส้นทางที่เป็นดินโคลนลื่นๆ โหมดนี้แหละคือพระเอกตัวจริง!
- คุมรถนิ่ง... มั่นใจทุกโค้ง: เวลาฝนตกถนนบ้านเราจะลื่นมากใช่ไหมครับ? พอเปิด Snow Mode ระบบจะช่วยควบคุมการจ่ายไฟของมอเตอร์ให้ละมุนขึ้น รถจะไม่พุ่งพรวดพราดเวลาเราเหยียบคันเร่ง ทำให้ล้อไม่หมุนฟรี ไม่ปัด ช่วยให้รถยึดเกาะถนนได้แน่นปึกเหมือนมีมือเท้าตุ๊กแกมาช่วยจับเลยล่ะครับ
- นุ่มนวลชวนเคลิ้ม: นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว โหมดนี้ยังเหมาะกับวันไหนที่คุณอยากขับรถชิลๆ พาคุณพ่อคุณแม่หรือลูกน้อยไปเที่ยว เพราะรถจะออกตัวได้นุ่มนวลที่สุด ลดอาการกระชาก ทำให้คนในรถไม่เวียนหัว นั่งสบายกันไปตลอดทางเลย
Snow Mode ของ Honda e:N2 ก็คือ 'โหมดถนนลื่น' ที่ช่วยให้คุณคุมรถได้ดั่งใจในวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจนั่นเองครับ
มั่นใจด้วยความปลอดภัย Honda SENSING และถุงลมคู่กลาง

ไม่เพียงแค่เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก แต่เรื่องความปลอดภัย Honda e:N2 ก็เป็นผู้นำ
- Honda SENSING: ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะครบวงจร
- Front Center Airbag: ครั้งแรกของฮอนด้ากับ "ถุงลมกลางด้านหน้า" ช่วยลดการกระแทกระหว่างคนขับและผู้โดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
ปกป้องมากกว่าเดิม... เพื่อคนที่สำคัญที่สุด
ปกติเราจะคุ้นกับถุงลมด้านหน้า หรือม่านถุงลมด้านข้างใช่ไหมครับ? แต่ใน Honda e:N2 ฮอนด้าแอบใส่ "เกราะป้องกันพิเศษ" เพิ่มมาให้ นั่นคือ ถุงลมที่ซ่อนอยู่ตรงกลางระหว่างเบาะคนขับและเบาะผู้โดยสารหน้านั่นเองครับ
ทำไมเราถึงต้องมีโหมดนี้?
- ลดการ "โขก" กันเอง: เวลาเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านข้าง แรงเหวี่ยงอาจจะทำให้คนขับกับคนนั่งข้างๆ พุ่งมาพับกันเองได้ครับ (ซึ่งจุดนี้อันตรายมาก) ถุงลมตัวนี้จะเด้งออกมาเป็น "หมอนกั้นกลาง" ทันที เพื่อซับแรงกระแทกไม่ให้หัวหรือไหล่ของคนขับและผู้โดยสารต้องมาชนกันเอง
- เซฟร่างกายให้ปลอดภัยกว่าเดิม: มันช่วยล็อกตัวเราให้อยู่กับที่ได้นิ่งขึ้น ลดโอกาสการบาดเจ็บที่ส่วนศีรษะและหน้าอกได้อย่างดีเยี่ยม
เหมือนมีบอดี้การ์ดส่วนตัวคอยกั้นกลางระหว่างคุณกับคนข้างๆ ให้มั่นใจว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณทั้งคู่จะได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุดครับ
ข้อดีและประโยชน์ของ Honda e:N2
- ประหยัดและรักษ์โลก: บอกลาค่าน้ำมัน และช่วยลดมลพิษในทุกกิโลเมตรที่ขับขี่
- ขับขี่สนุกแต่ไม่เวียนหัว: ฮอนด้าจูนอัตราเร่งมาให้นุ่มนวล ลดอาการ "เมารถ" ที่มักเกิดในรถไฟฟ้าทั่วไป
- พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง: ด้วยการออกแบบห้องโดยสารสไตล์ Minimalist และพื้นรถที่เรียบ (Flat Floor) ทำให้ขยับตัวได้สบายกว่ารถในระดับเดียวกัน
- ภาพลักษณ์ที่โดดเด่น: ดีไซน์ล้ำสมัยที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวมอง สะท้อนตัวตนผู้นำเทคโนโลยี
Honda e:N2 คือคำตอบของคนที่มองหารถไฟฟ้าที่ไม่ใช่แค่ "ประหยัด" แต่ต้อง "พรีเมียม" และ "มั่นใจ" ในทุกการขับขี่
สนใจจองสิทธิ์หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Honda e:N2 กับ ยูไนเต็ด ฮอนด้า Line : @unitedhonda Facebook : United Honda Automobile หรือโทร 02-432-2222 ได้เลยครับ