กลิ่นเหม็น! ใครๆ ก็ไม่ชอบ เหม็นอับที่เบาะหรือเบาะชื้น ทำให้เกิดเชื้อโรคตามมาได้หากไม่รีบแก้ไข หน้าร้อนแบบนี้ช่วยได้

กลิ่นเหม็น! ใครๆ ก็ไม่ชอบ เหม็นอับที่เบาะหรือเบาะชื้น ทำให้เกิดเชื้อโรคตามมาได้หากไม่รีบแก้ไข หน้าร้อนแบบนี้ช่วยได้

12/04/2023

   สำหรับปัญหากลิ่นเหม็น เหม็นอับ อับชื้น เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ไม่ชอบใช่ไหมล่ะครับ? ยิ่งถ้าเกิดกับรถยนต์ของเราแล้วยิ่งไม่อยากให้เกิดเลย เพราะสิ่งพวกนี้หากไม่รีบแก้ไขอาจทำให้เกิดเชื้อโรคที่ฝังแน่นได้เลย และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารได้ นอกจากนี้ถ้าไม่ดูแลเบาะให้สะอาดหรือไม่รักษาความสะอาดอาจทำให้เบาะเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติได้นะครับ

 

วิธีแก้ไขเพื่อกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ในรถยนต์ สามารถทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ดังนี้

 

ใช้น้ำหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศ

   วิธีแก้ไขเบื้องต้น และสามารถทำได้ง่ายๆ เลยก็คือการเลือกซื้อน้ำหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศมาติดไว้ในรถยนต์ และยังสามารถเลือกกลิ่นที่เราชอบได้อีกด้วย สำหรับอายุการใช้งานนั้นก็ใช้ได้นานพอสมควรเลยนะครับ โดยสามารถซื้อมาติดไว้กับบริเวณแอร์หรือแขวนไว้ที่หน้ากระจกได้

 

จอดรถตากแดด

   การจอดรถตากแดดเป็นวิธีที่ง่ายมากๆ ที่มีประสิทธิภาพและหลายๆ คนก็คงเลือกทำวิธีนี้เป็นอันดับแรกๆ เลย เพราะเป็นวิธีที่ง่าย อีกทั้งยังไม่มีค่าใช้จ่ายด้วย แต่แนะนำให้จอดทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้วนะครับ แต่ถ้าหากเป็นเบาะหนังไม่แนะนำให้จอดตากแดดจนนานเกินไปนะครับ เพราะแสงแดดจะทำให้เบาะหนังนั้นเกิดแข็งและแตกได้นั่นเองครับ นอกจากนี้ให้ลดกระจกลงเพื่อเป็นการระบายอากาศและกลิ่นอับออกนั่นเอง และก่อนที่จะนำรถจอดตากแดดอย่าลืมเช็คว่ามีอุปกรณ์หรือของใช้ที่ไม่ควรนำไว้ในรถยนต์หรือไม่ด้วยนะครับ

 

อันตราย! หากนำสิ่งของเหล่านี้ไว้ในรถยนต์ของคุณเมื่อจอดตากแดด คลิก

 

กำจัดต้นตอ

   ลองสังเกตหรือเช็คดูว่ามีเศษอาหารที่มีกลิ่นตกหล่นอยู่บริเวณไหนหรือไม่ ถ้าหากเจอให้รีบเก็บทำความสะอาดทันทีครับ ซึ่งจุดที่มักจะเป็นต้นตอของกลิ่นจะอยู่บริเวณคอนโซลหน้า เบาะหลัง พื้นพรมรถ และพื้นพรมรองเท้า 

 

ทำความสะอาดตู้แอร์รถยนต์

   กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นนั้นจะถูกดูดเข้าไปในช่องแอร์ และประกอบกับมีกลิ่นออกมาจากช่องแอร์ด้วยนั้น ให้นำรถยนต์เข้าศูนย์บริการเพื่อทำการล้างแอร์รถยนต์นั่นเองครับ

 

ดูดฝุ่น ทำความสะอาดผ้ายาง

   กลิ่นเหม็นที่เราได้กลิ่นนั้น มักเกิดจากความชื้นและความสกปรก การทำความสะอาดจึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้กำจัดกลิ่นได้ โดยเริ่มจากการดูดฝุ่นตามซอกต่างๆ ภายในตัวรถยนต์ รวมไปถึงพื้นรถ นำผ้ายางที่รองเทาออกมาทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และนำไปตากแดดให้แห้งสนิท เมื่อแห้งสนิทจึงจะนำมาวางไว้ในรถเช่นเดิมครับ สำหรับบริเวณผิวคอนโซล พวงมาลัย กระปุกเกียร์ รวมไปถึงด้ามจับเบรกมือ สามารถใช้ผ้าชุบกับน้ำยาฆ่าเชื้อบิดให้หมาดๆ แล้วนำไปเช็คได้

 

ถ่านไม้ดูดกลิ่น

   เชื่อว่าวิธีนี้หลายๆ คนคงเคยทำใช่ไหมครับ? เพราะเพียงนำถ่านไม้ก้อนเล็กๆ นำมาห่อไว้ในถุงผ้า และนำไปวางตามซอกมุมต่างๆ หรืออาจจะห้อยไว้ภายในรถยนต์ โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ก็จะลดลง ค่อยๆ หายไป

 

สมุนไพรไทย

   สำหรับสมุนไพรไทยมีหลากหลายชนิดที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเช่น ใบมะกรูด ใบเตย ดอกมะลิ สมุนไพรเหล่านี้จะช่วยลดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ภายในรถได้ครับ เพราะมีสารหอมระเหยตามธรรมชาติ ซึ่งปลอดภัยต่อสุขภาพ และยังช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายเมื่อสูดดมอีกด้วย โดยก่อนนำมาใช้อย่าลืมทำความสะอาดก่อนนะครับ

 

สวยสู้แดด ไม่ให้แดดสู้กลับ กับทริคการดูแลสีรถ คลิก

 

น้ำส้มสายชู

   นำน้ำส้มสายชูใส่ถ้วยแล้ววางไว้ในรถเพียงเท่านี้ โดยทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือจะนำไปผสมกับน้ำเปล่าในสัดส่วนที่เท่ากันแล้วฉีดเป็นสเปรย์ให้ทั่วรถ รอจนกว่าจะแห้ง กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ก็จะลดลง บอกได้เลยว่าน้ำส้มสายชูถือว่าเป็นสารประกอบที่มีประโยชน์สารพัดอย่างเลยทีเดียวครับ

 

เบกกิ้งโซดา

   สำหรับวิธีการใช้เบกกิ้งโซดาก็จะคล้ายๆ กับน้ำส้มสายชูเลยครับ ก็คือการนำเบกกิ้งโซดาใส่ถ้วยแล้ววางไว้ในรถสักคืนก็ได้ครับ แล้วลองเช็คว่ากลิ่นได้หายไปมากน้อยขนาดไหน ถ้ายังไม่หายให้ทำแบบนี้ซ้ำสัก 2-3 คืนติดต่อกัน นอกจากกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้แล้ว ยังช่วยดูดกลิ่นของบุหรี่ได้อีกด้วยนะ ประโยชน์หลากหลายมากครับ

 

กากกาแฟ

กากกาแฟมีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นได้ดี สามารถนำกากกาแฟไปตากแห้งแล้วห่อด้วยผ้าหรือจะเป็นถุงชา แล้วนำไปวางตามจุดต่างๆ ภายในรถยนต์ เพียงเท่านี้ครับ

 

   สิ่งสำคัญคือสุขภาพของตัวเราเอง และผู้โดยสารที่ใช้รถยนต์ร่วมกับเรา เพราะฉะนั้นควรทำความสะอาดรถยนต์ให้สะอาดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารบนรถนะครับ เนื่องจากอาหารจะเป็นตัวการของกลิ่นที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับแล้ว ยังทำให้เกิดความเสี่ยงระหว่างขับรถอีกด้วยนะครับ ดังนั้น ควรใช้รถอย่างระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยต่อตัวเราเองและคนอื่นๆ ด้วยนะครับ


NEW HONDA ACCORD e:HEV

เริ่มต้น 1,479,000 บาท
ผ่อนเริ่มต้น 15,900 บาท/เดือน

ดูรายละเอียด

บทความอื่นๆ

วิกฤตดัชนีความร้อน 60 องศา! 5 จุดเสี่ยงบนรถที่คุณต้องเช็ก...ก่อนพังเมษานี้

วิกฤตดัชนีความร้อน 60 องศา! 5 จุดเสี่ยงบนรถที่คุณต้องเช็ก...ก่อนพังเมษานี้

01/04/2026

ความร้อนระดับนี้ไม่ได้ส่งผลเสียแค่กับร่างกายคน แต่ยังเป็น "ศัตรูตัวร้าย" ที่ทำให้อะไหล่รถยนต์เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หากไม่อยากให้รถมาพังกลางทางในหน้าร้อนนี้ ยูไนเต็ด ฮอนด้า ขอพาทุกคนไปเช็กด่วนกับ 5 จุดเสี่ยงบนรถที่ต้องระวังเป็นพิเศษ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ! เข้าสู่เดือนเมษายนแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอากาศบ้านเรามันร้อนทะลุปรอท! ล่าสุดกับกระแส "วิกฤตดัชนีความร้อนสูงแตะ 60 องศาเซลเซียส" ที่ทำเอาคนแทบละลาย แล้วรถยนต์คู่ใจของเราที่ต้องวิ่งฝ่าแดดเปรี้ยงๆ หรือจอดตากแดดทั้งวันล่ะ จะทนไหวแค่ไหน?

อ่านต่อ
อัปเดต Safety ใหม่! Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้าที่มี "ถุงลมกลาง" ต่างจากถุงลมทั่วไปยังไง?

อัปเดต Safety ใหม่! Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้าที่มี "ถุงลมกลาง" ต่างจากถุงลมทั่วไปยังไง?

27/03/2026

เจาะลึกระบบความปลอดภัยใหม่ใน Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ไฮไลท์เด่นคือ "ถุงลมกลางด้านหน้า" (Front Center Airbag) นวัตกรรมล่าสุดที่ช่วยป้องกันศีรษะกระแทกกันระหว่างคนขับและผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนด้านข้าง ซึ่งต่างจากรถทั่วไปอย่างสิ้นเชิง สัมผัสมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่าและอัปเดตเทคโนโลยี EV ก่อนใครได้ที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า

อ่านต่อ
หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อเครื่องยนต์ร้อนจัด (Overheat)

หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อเครื่องยนต์ร้อนจัด (Overheat)

26/03/2026

หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อความร้อนพุ่งสูง เติมน้ำเปล่าได้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น! แต่ไม่ควรใช้ถาวรเพราะเสี่ยงเกิดสนิม ตะกรัน และเครื่องยนต์ Overheat ได้ง่ายกว่าปกติ หากเข็มความร้อนขึ้นสูง ให้รีบหาที่จอดที่ปลอดภัย รอจนเครื่องเย็นสนิทก่อนตรวจสอบจุดรั่วซึม เพื่อความชัวร์ควรเปลี่ยนเป็นน้ำยาหล่อเย็นมาตรฐานและตรวจเช็กระบบระบายความร้อนที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า ทันที เพื่อป้องกันเครื่องยนต์พังเสียหายหนักครับ

อ่านต่อ
Uto