แอลกอฮอล์ เรียกเหมือนกันแต่ใช้ต่างกัน

แอลกอฮอล์ เรียกเหมือนกันแต่ใช้ต่างกัน

21/04/2020

     จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้ประชาชนหวาดกลัวและพยายามหาวิธีการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ หรือเอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องและอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเอทิลแอลกอฮอล์ หรือเอทานอล (Ethyl Alcohol หรือ Ethanol) เป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 95% ผลิตจากพืชประเภทน้ำตาลและพืชจำพวกแป้งเช่นเดียวกันกับแอลกอฮอล์ที่ผสมในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถึงแม้จะเป็นชนิดของแอลกอฮอล์ที่สามารถรับประทานได้ แต่ด้วยความเข้มข้นที่สูงกว่าในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วไป ทำให้ผู้ดื่มมีภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษและในบางรายรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงเหมาะสำหรับทำความสะอาด เช็ด ถู เพื่อฆ่าเชื้อ   


  และการหาซื้อแอลกอฮอล์เจลล้างมือในช่วงนี้อาจเกิดสินค้าขาดตลาด อาจส่งผลให้มีผู้ผลิตมากขึ้นจากเดิม และอาจมีการใส่ส่วนผสมปลอมซึ่งจะทำให้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ ซึ่งถ้าผู้บริโภคเกิดเจอแอลกอฮอล์เจลล้างมือปลอม และใช้ไปในปริมาณมาก สามารถเกิดอันตรายต่อร่างกายอย่างรุนแรงได้ เนื่องจากส่วนผสมที่ใช้นั้นต่างชนิดกัน ซึ่งไม่สามารถใช้แทนกัน เพราะอะไรนั้น มาดูกันครับ


เจลล้างมือ

  • แอลกอฮอล์ในเจลล้างมือ

แอลกอฮอล์ในเจลล้างมือมีส่วนผสมของ "เอทานอล" หรือ "เอทิลแอลกอฮอล์" ในปริมาณ 95% ที่ต้อง 95% นั้นเพราะว่าการที่นำส่วนผสมอย่างอื่นมาผสมผสานให้เป็นเจลล้างมือได้ จะเกิดความเจือจางของแอลกอฮอล์เกิดขึ้น และจะเหลือแอลกอฮอล์อยู่ที่ 75% นอกจากส่วนผสมมาตรฐานหลักโดยทั่วไปตามคำแนะนำของกรมอนามัยแล้ว ยังมีส่วนผสมอื่นๆ อีกเช่น ว่านหางจระเข้ ที่สามารถใส่ลงไปในเจลแอลกอฮอล์ล้างมือได้ เพราะแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค จึงทำให้ผิวหนังของเราแห้ง ดังนั้นการใส่ว่านหางจระเข้ลงไปในเจลแอลกอฮอล์ รวมถึงส่วนผสมต่างๆ เช่น วิตามิน E วิตามิน C  วิตามินเอ หรือสาร Beta Carotene จะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น โดยไม่ทำลายผิวหนังชั้นนอกของเรา


  • แอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม

แอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มมีส่วนผสมของ "เอทานอล" หรือ "เอทิลแอลกอฮอล์" ในปริมาณไม่เกิน 40 % หากดื่มปริมาณแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นถึง 70% หรือมากกว่านั้นเพื่อหวังฆ่าเชื้อ อาจเป็นสาเหตุให้ผู้ดื่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ โดยเฉพาะผู้ที่นิยมดื่มเป็นประจำมีโอกาสรับเชื้อได้ง่าย เพราะเมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย จะถูกดูดซึมและส่งต่อการทำงานในทุกระบบของร่างกาย เข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ให้เกิดการติดเชื้อต่างๆ ง่ายขึ้น การรวมกลุ่มเพื่อดื่มสังสรรค์ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการรับเชื้อจากการสัมผัสหรือใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น การดื่มแอลกอฮอล์จากแก้วเดียวกันหรือหลอดเดียวกัน ทั้งนี้การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก นอกจากจะไม่สามารถฆ่าเชื้อได้แล้วอาจทำให้เกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้


     ถ้าหากนำแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มนำมาฆ่าเชื้อโรค จะไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้เพราะปริมาณแอลกอฮอล์น้อยเกินไป และถ้าแอลกอฮอล์ในเจลล้างมือมีปริมาณมากเกินไป ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคก็จะไม่ได้เหมือนกัน เพราะการฆ่าเชื้อโรคที่มือโดยใช้เจลล้างมือนั้น ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 15-20 วินาที เมื่อปริมาณของแอลกอฮอล์มากเกินไป แอลกอฮอล์ก็จะระเหยในอากาศไวเกินไปที่จะไปจัดการเชื้อโรคบนมือของเราได้เช่นกัน


     การลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อสามารถทำได้ด้วยการล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำกับสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ทั้งหลังจากกลับจากข้างนอกถึงบ้าน หรือก่อนและหลังรับประทานอาหาร แม้กระทั่งสัมผัสกับสัตว์มาก็ควรล้างมือทันที และเมื่อมีอาการไอหรือจามควรปิดปากด้วยข้อพับแขนด้านในหรือใช้กระดาษทิชชู่ เมื่อใช้เสร็จให้นำไปทิ้งและล้างมือทันที หลีกเลี่ยงไปในสถานที่ที่แออัด แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ควรป้องกันตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัย และพกเจลแอลกอฮอล์ติดตัว และที่สำคัญควรกินร้อน ช้อนส่วนตัวด้วยนะครับ