สรุปสถานการณ์น้ำท่วม กทม. & พิกัดจุดเสี่ยงที่ต้องระวัง
จากรายงานข่าวฉุกเฉินโดย OFF CHAINON (อ๊อฟ ชัยนนท์) ณ เวลา 09.10 น. วันที่ 26 กันยายน กรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำท่วมขังสูง ส่งผลให้มีการประกาศปิดถนนหลายเส้นทาง จราจรติดขัดสะสมขั้นวิกฤต โดยกรุงเทพมหานครได้ประกาศให้ 3 เขต เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยอย่างเป็นทางการ ได้แก่ เขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่เตือนภัยน้ำท่วมขังระดับสูงและเส้นทางสัญจรลำบาก เช่น ย่านมีนบุรี รามอินทรา และบางเขน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางอย่างหนัก มีรายงานผู้ตกเครื่องบินเนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปสนามบินได้ทันเวลา ผู้ใช้รถยนต์ Honda ที่จำเป็นต้องเดินทางผ่านพื้นที่เหล่านี้ ควรวางแผนเส้นทางอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ
เช็กสเปก Ground Clearance รถ Honda แต่ละรุ่น ลุยน้ำได้สูงแค่ไหน?
ก่อนตัดสินใจขับผ่านแอ่งน้ำขัง การรู้ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance) ของรถยนต์ Honda คันโปรดจะช่วยให้คุณประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำยิ่งขึ้น:
- กลุ่ม SUV สายลุย (Honda CR-V / HR-V e:HEV / BR-V):
- Honda CR-V: Ground Clearance สูงถึง 208 มม.
- Honda HR-V e:HEV: Ground Clearance อยู่ที่ 196 มม.
- ประเมินสถานการณ์: สามารถผ่านน้ำท่วมขังระดับต่ำถึงปานกลาง (15–20 ซม. หรือประมาณครึ่งล้อ) ได้อย่างมั่นใจ
- กลุ่ม City Car & Sedan (Honda City / Civic / Accord):
- Honda City / Civic / Accord: Ground Clearance อยู่ที่ประมาณ 134–150 มม.
- ประเมินสถานการณ์: เหมาะสำหรับน้ำขังระดับต่ำ (< 10 ซม. หรือไม่เกินขอบประตูรถ) หากระดับน้ำสูงกว่านี้ควรมองหาเส้นทางเลี่ยงทันที
5 เทคนิคขับรถ Honda เกียร์ออโต้ & e:HEV ลุยน้ำท่วมอย่างปลอดภัย
เมื่อจำเป็นต้องขับรถลุยผ่านจุดน้ำท่วมขัง ขอให้ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยดังต่อไปนี้:
- ปิดระบบปรับอากาศ (ปิดแอร์) ทันที: เพื่อป้องกันพัดลมหม้อน้ำหมุนพัดเอาพัดพาน้ำและเศษขยะเข้ามาตีใส่ห้องเครื่องยนต์ ซึ่งอาจทำให้พัดลมบุบหรือระบบไฟฟ้าลัดวงจร
- ใช้เกียร์ต่ำและรักษาความเร็วให้นิ่ง:
- รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน: ปรับเกียร์ไปที่ ตำแหน่ง L หรือ S เพื่อรักษาแรงบิดและดันไอเสียออกต่อเนื่อง ป้องกันน้ำย้อนเข้าท่อไอเสีย
- รุ่นไฮบริด e:HEV: ใช้ โหมด B (Brake Drive Mode) หรือใช้ Paddle Shift ปรับระดับการชะลอความเร็ว ช่วยเพิ่มแรงเบรกจากมอเตอร์และควบคุมรถได้นิ่งยิ่งขึ้น
- เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า 2-3 เท่า: ขับด้วยความเร็วสม่ำเสมอ (10–15 กม./ชม.) ไม่กระชากคันเร่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างคลื่นน้ำกระแทกรถคันอื่นและลดแรงปะทะของน้ำใต้ท้องรถ
- ใช้เทคโนโลยี Honda SENSING ช่วยเพิ่มความปลอดภัย: เมื่อต้องเผชิญทัศนวิสัยต่ำจากฝนตกหนัก ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS) และระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW) จะช่วยเฝ้าระวังและประคองรถให้อยู่ในเส้นทางได้อย่างปลอดภัย
- ปฏิบัติตนทันทีเมื่อขับพ้นจุดน้ำท่วม:
- กดย้ำเบรกเบาๆ หลายๆ ครั้ง: เพื่อไล่น้ำและความชื้นออกจากจานเบรกและผ้าเบรก ช่วยให้ระบบเบรกกลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพ
- ห้ามดับเครื่องยนต์ทันที: เมื่อถึงจุดหมาย ให้จอดรถติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ประมาณ 5–10 นาที เพื่อให้ความร้อนจากเครื่องยนต์ช่วยไล่ความชื้นในห้องเครื่องและท่อไอเสีย
สิ่งที่ต้องทำทันที หากรถ Honda ดับกลางน้ำขัง!
- ข้อห้ามสำคัญที่สุด: ห้ามกดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ซ้ำเด็ดขาด! เพราะหากน้ำเข้าสู่ห้องเผาไหม้แล้ว การสตาร์ตจะทำให้ก้านสูบหักหรือเสื้อสูบแตก (Water Hammer) สร้างความเสียหายรุนแรง
- การแก้ไข: ปลดเกียร์เป็น N ดับไฟรถ สังเกตระดับน้ำ หากปลอดภัยให้ลงจากรถและขอความช่วยเหลือ
- ติดต่อ Honda Assistance: ใช้ฟังก์ชันกดโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านแอปพลิเคชัน Honda CONNECT หรือติดต่อศูนย์บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (Honda Ultimate Care) เพื่อประสานงานรถยกเข้าศูนย์บริการมาตรฐาน
นำรถเข้าตรวจเช็กสภาพหลังผ่านวิกฤตน้าท่วมที่ศูนย์บริการใกล้บ้าน
แม้รถจะยังขับได้ตามปกติ แต่ความชื้น เศษโคลน หรือน้ำที่เล็ดลอดเข้าสู่จุดซ่อนเร้นอาจส่งผลเสียในระยะยาว ฮอนด้าขอเชิญชวนลูกค้านำรถยนต์เข้าตรวจเช็กอย่างละเอียดที่ศูนย์บริการ Honda ทั่วประเทศ
- รายการตรวจเช็กสำคัญ: ตรวจเช็กระบบเบรก, ตรวจสอบคราบน้ำในน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์, ตรวจเช็กระบบสายไฟและเซ็นเซอร์ใต้ท้องรถ, สภาพกรองอากาศ และการทำความสะอาดพรมห้องโดยสาร
- โปรโมชั่นพิเศษช่วงฤดูฝน: บริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 25 รายการ พร้อมส่วนลดค่าอะไหล่แท้ฮอนด้า และบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อโรคฟรีเมื่อรับบริการ
ไขข้อข้องใจคนใช้ Honda
15 คำถาม-ตอบ ยอดฮิต เรื่องการขับรถและดูแลรักษาช่วงน้ำท่วม กทม.
Q: รถ Honda ไฮบริด (e:HEV) ขับลุยน้ำท่วมได้ปลอดภัยเหมือนรถน้ำมันหรือไม่?
A: ปลอดภัยเท่าเทียมกันครับ รถ Honda e:HEV มีระบบป้องกันความปลอดภัยของแบตเตอรี่ไฮบริดและระบบไฟฟ้าแรงสูงที่ได้มาตรฐานสากล มีการซีลป้องกันน้ำอย่างแน่นหนา และมีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติหากเกิดการรั่วไหลของกระแสไฟ
Q: ขับรถ Honda ลุยน้ำขัง ควรใช้ความเร็วเท่าไหร่ดีที่สุด?
A: ควรใช้ความเร็วต่ำสม่ำเสมอประมาณ 10–15 กม./ชม. ห้ามเร่งเครื่องแรงหรือเบรกกระทันหัน เพื่อป้องกันการเกิดคลื่นน้ำดันเข้าห้องเครื่องยนต์
Q: ทำไมต้องปิดแอร์เมื่อขับรถลุยน้ำท่วม?
A: การเปิดแอร์จะทำให้พัดลมระบายความร้อนทำงาน หากระดับน้ำสูงถึงตัวพัดลม พัดลมจะพัดเอาน้ำและเศษขยะกระจายเต็มห้องเครื่อง และอาจทำให้พัดลมหม้อน้ำไหม้หรือใบพัดหักได้
Q: รถ Honda City / Civic ลุยน้ำท่วมได้สูงสุดระดับไหน?
A: แนะนำระดับน้ำไม่เกิน 10–15 ซม. (หรือไม่เกินระดับขอบประตูใต้ท้องรถ) หากน้ำสูงถึงครึ่งล้อ ไม่แนะนำให้ขับผ่านเพราะมีความเสี่ยงน้ำเข้าท่อไอเสียและห้องโดยสาร
Q: หากจำเป็นต้องขับรถผ่านน้ำท่วม ควรเปิดกระจกไว้เล็กน้อยหรือไม่?
A: ควรเปิดกระจกลงเล็กน้อย เพื่อระบายอากาศและเผื่อกรณีฉุกเฉินหากระบบไฟฟ้าขัดข้อง จะยังสามารถเปิดประตูหรือขอความช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น
Q: ขับรถพ้นน้ำท่วมแล้วมีเสียงดังเวลาเบรก เกิดจากอะไร?
A: เกิดจากคราบน้ำและฝุ่นโคลนเกาะที่ผ้าเบรกและจานเบรก วิธีแก้ไขคือให้ขับรถช้าๆ แล้วกดย้ำเบรกเบาๆ หลายๆ ครั้ง เพื่อความร้อนจะช่วยไล่น้ำและคืนประสิทธิภาพการเบรก
Q: หลังลุยน้ำท่วม ต้องจอดรถทิ้งไว้กี่นาทีก่อนดับเครื่อง?
A: ควรจอดรถติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ประมาณ 5–10 นาที (โดยเปิดแอร์ได้ตามปกติ) เพื่อให้ไอร้อนจากเครื่องยนต์ช่วยเป่าให้คราบน้ำและความชื้นในห้องเครื่องแห้งสนิท
Q: ถ้าน้ำท่วมขังถึงระดับพรมในรถ Honda ต้องทำอย่างไรเป็นอันดับแรก?
A: ห้ามเปิดระบบไฟฟ้าภายในรถ ให้ถอดขั้วแบตเตอรี่ออกทันที ถ่ายภาพความเสียหายเพื่อเคลมประกันภัย และติดต่อศูนย์บริการ Honda เพื่อถอดพรมมาซักตากและซับความชื้นใต้พื้นรถ
Q: วิธีสังเกตว่าน้ำเข้าเกียร์หรือน้ำมันเครื่องของรถ Honda หรือยัง ดูอย่างไร?
A: ชักก้านวัดน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันเกียร์ขึ้นมาดู หากสีของน้ำมันเปลี่ยนเป็น สีขาวนมสด หรือสีชาเย็น แสดงว่ามีน้ำเล็ดลอดเข้าไปผสม ห้ามใช้รถและต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันทันที
Q: ใช้รถ Honda CR-V ขับสี่ (Real Time AWD) ลุยน้ำท่วมดีกว่าขับสองอย่างไร?
A: ระบบ Real Time AWD จะช่วย กระจายแรงบิดไปยังล้อหลังอัตโนมัติเมื่อล้อหน้าเริ่มสูญเสียการยึดเกาะบนถนนที่ลื่นหรือมีแอ่งน้ำขัง ช่วยให้การทรงตัวและการออกตัวนิ่งและปลอดภัยกว่า
Q: สตาร์ตรถไม่ติดหลังผ่านการจอดแช่น้ำขัง เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง?
A: อาจเกิดจากระบบไฟส่องสว่าง/แบตเตอรี่มีความชื้นสะสม ไดสตาร์ตชื้น หรือมีน้ำค้างอยู่ในท่อไอเสียและระบบไอดี แนะนำให้เรียกบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเข้าตรวจสอบ
Q: ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมขังกรณีไหนบ้าง?
A: คุ้มครองการเสียหายจากภัยธรรมชาติรวมถึงน้ำท่วมครับ แต่ผู้ขับขี่ต้องไม่เจตนาขับจงใจลุยน้ำที่สูงเกินระดับวิกฤตจนเครื่องยนต์ดับ (หากน้ำท่วมขังฉับพลันขณะจอดหรือขับขี่ตามปกติ ประกันคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
Q: ปุ่ม Honda CONNECT สามารถกดขอความช่วยเหลือตอนน้ำท่วมได้ไหม?
A: ได้ครับ หากมีเหตุฉุกเฉินหรือรถเสียกลางทาง สามารถกดปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านแอปพลิเคชัน Honda CONNECT หรือปุ่มบนเพดานรถเพื่อส่งพิกัดตำแหน่งให้เจ้าหน้าที่ประสานงานช่วยเหลือได้ทันที
Q: กลิ่นอับในรถ Honda หลังช่วงหน้าฝน แก้ไขอย่างไรให้หายขาด?
A: เกิดจากความชื้นสะสมที่กรองอากาศแอร์และพรม แนะนำให้เปลี่ยนกรองอากาศแอร์แท้ฮอนด้า และนำรถเข้าอบโอโซนฆ่าเชื้อโรคที่ศูนย์บริการ Honda
Q: ควรนำรถ Honda เข้าเช็กระยะหลังฤดูฝนเมื่อไหร่ดี?
A: ควรนำเข้าเช็กทันทีหลังจากผ่านการขับลุยน้ำท่วมขังสูงมา หรือนำเข้าตรวจเช็กตามรอบทุกๆ 6 เดือน / 10,000 กม. เพื่อความมั่นใจในทุกชิ้นส่วน
รถยนต์อาจเป็นเพียงพาหนะ แต่ความปลอดภัยของคุณและคนที่คุณรักคือสิ่งที่เราแคร์ที่สุด
ในวันที่กรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับวิกฤตน้าท่วมขัง เส้นทางสัญจรเต็มไปด้วยความเสี่ยง การตัดสินใจประเมินสถานการณ์อย่างมีสติและการขับขี่อย่างถูกวิธี คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ไม่ว่าคุณจะขับ Honda รุ่นใด การดูแลรักษารถอย่างถูกขั้นตอนจะช่วยเซฟทั้งชีวิต เซฟรถ และเซฟเงินในกระเป๋าของคุณ
หากคุณเพิ่งผ่านการขับรถลุยน้ำท่วมขังมา อย่าปล่อยให้ความชื้นและคราบสกปรกเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นปัญหายานยนต์เรื้อรัง แวะมาให้ช่างผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์บริการที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า Line : @unitedhonda Facebook : United Honda Automobile หรือโทร 02-432-2222 ได้เลยครับ เพื่อให้ทุกการเดินทางในทุกฤดูกาลของคุณเต็มไปด้วยความมั่นใจและปลอดภัยไร้กังวลครับ