เช็กประเภทประกันภัยของคุณ ประกันแบบไหนคุ้มครองภัยน้ำท่วมบ้าง?
เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่เสี่ยง สิ่งแรกที่คุณต้องตรวจสอบคือประเภทของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่คุณถืออยู่:
- ประกันภัยชั้น 1: ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติและน้ำท่วมครอบคลุมมากที่สุด ทั้งกรณีรถจมน้ำ น้ำเข้าเครื่องยนต์ หรือน้ำเข้าห้องโดยสาร โดยชดเชยตามค่าซ่อมจริงแต่ไม่เกินวงเงินคุ้มครองในกรมธรรม์
- ประกันภัยชั้น 2+ และ 3+: ต้องตรวจสอบเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ เนื่องจากบางบริษัทประกันจะมีแพ็กเกจคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเข้ามา โดยมีวงเงินชดเชยที่ระบุไว้ชัดเจน
- ประกันภัยชั้น 2 และ 3 (แบบธรรมดา): โดยทั่วไปจะไม่คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติต่างๆ รวมถึงน้ำท่วม
เช็กลิสต์ 10 โรคที่ต้องระวังช่วงหน้าฝน ดูแลสุขภาพและขับขี่ปลอดภัยรับฤดูฝน คลิก

แต่ๆๆ สำหรับผู้ที่ไม่มีประกันภัยไม่ต้องกังวล
ยูไนเต็ด ฮอนด้า จัดโปร! ส่วนลดค่าอะไหล่ 30%
สำหรับลูกค้าที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม คลิก
3 สถานการณ์ที่มีโอกาสเคลมได้
(ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในกรมธรรม์)
จากเงื่อนไขการรับประกันภัย หากรถยนต์ของคุณได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในลักษณะต่อไปนี้ โดยทั่วไปจะมีโอกาสได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย:
- น้ำท่วมฉับพลัน: เกิดจากฝนตกหนัก น้ำล้นตลิ่ง หรือภัยธรรมชาติจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถได้ทัน (เช่น กรณีเกิดน้ำท่วมขังฉับพลันขณะจอดรถทิ้งไว้ในพื้นที่ประสบภัย หรือเส้นทางสัญจรที่น้ำทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว)
- รถจมน้ำ: เกิดระดับน้ำท่วมสูงจนสุ่มเสี่ยงเข้าถึงระดับห้องโดยสาร หรือทะลักเข้าถึงบริเวณเครื่องยนต์
- น้ำเข้าห้องโดยสาร: ส่งผลกระทบทำให้ระบบไฟฟ้าภายใน อุปกรณ์คอนโซล เบาะนั่ง หรือชิ้นส่วนสำคัญใต้พื้นรถได้รับความเสียหาย
3 สถานการณ์ที่ต้องระวัง! อาจไม่ได้รับการคุ้มครอง หรือขึ้นอยู่กับการพิจารณา
บริษัทประกันภัยอาจพิจารณาปฏิเสธการเคลม หรือไม่คุ้มครองความเสียหายเพิ่มเติม หากพบว่าความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำของผู้ขับขี่เอง:

- ขับรถฝ่าน้ำในพื้นที่เสี่ยง: เช่น การฝืนขับรถเข้าไปในเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูงมาก ทั้งที่มีป้ายเตือนชัดเจน หรือมีประกาศแจ้งเตือน หากเกิดความเสียหาย บริษัทประกันอาจพิจารณาว่าเป็นการเสี่ยงภัยโดยเจตนา และอาจไม่ได้รับการคุ้มครอง
- สตาร์ตรถหลังน้ำท่วม: หากมีน้ำเล็ดลอดเข้าสู่เครื่องยนต์หรือระบบไฟฟ้าแล้ว การพยายามกดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์หลังน้ำลดอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายรุนแรงขึ้น (เกิดอาการก้านสูบหักหรือเสื้อสูบแตก) ซึ่งกรณีนี้อาจกระทบต่อการพิจารณาความคุ้มครองของบริษัทประกันภัย
- ดัดแปลง หรือแก้ไขสภาพรถก่อนการตรวจสอบ: เช่น การนำรถไปล้าง ซ่อมแซมเอง หรือรื้อเปลี่ยนอะไหล่ก่อนที่เจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยจะเข้ามาตรวจสอบและถ่ายรูปประเมินความเสียหายจริง อาจส่งผลเสียและมีผลต่อการอนุมัติเคลม
ขับรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่คน ผิดกฎหมายไหม? สรุปบทลงโทษและข้อกฎหมายที่คนมีรถต้องรู้ คลิก
ขั้นตอนปฏิบัติก่อนเคลมประกันภัย เพื่อให้การเคลมราบรื่นที่สุด
เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมรถยนต์ฮอนด้าคันโปรดของเรา ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนสำคัญต่อไปนี้:
- ตรวจกรมธรรม์และเอกสารแนบท้าย: ตรวจเช็กรายละเอียดเงื่อนไขทันทีว่ากรมธรรม์ของคุณมีความคุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่ และมีวงเงินคุ้มครองเท่าไร
- สอบถามรายละเอียดกับบริษัทประกันภัย: ติดต่อ call center ของบริษัทประกันภัยเพื่อสอบถามแนวทางการเคลม เนื่องจากรายละเอียดและความคุ้มครองอาจมีความแตกต่างกันในแต่ละกรมธรรม์
- แจ้งเหตุทันทีหลังเกิดเหตุ: ถ่ายภาพตัวรถ คราบน้ำ ระดับน้ำ พื้นที่เกิดเหตุ และสภาพความเสียหายทั้งภายนอกและภายในไว้เป็นหลักฐานอย่างครบถ้วนก่อนย้ายรถ
- ประสานงานศูนย์บริการ ยูไนเต็ด ฮอนด้า: ติดต่อแจ้งยกรถเข้าสู่ศูนย์บริการ เพื่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญประเมินรายการซ่อมด้วยอะไหล่แท้ฮอนด้าอย่างถูกต้อง
สายลุยต้องฟัง! 4 เหตุผลทำไมช่างถึงห้ามขับรถลุยน้ำท่วมสูง คลิก
ไขทุกข้อสงสัยเรื่องประกันภัย
คำถาม-ตอบ ยอดฮิต เคลมประกันรถเสียหายจากน้ำท่วม
Q: ประกันภัยชั้น 1 จ่ายค่าซ่อมรถจมน้ำเต็มจำนวนหรือไม่?
A: ประกันจะจ่ายค่าซ่อมตามจริงแต่ไม่เกินวงเงินคุ้มครอง (ทุนประกัน) ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ หากประเมินแล้วความเสียหายเกิน 70% ของมูลค่ารถ บริษัทประกันจะเสนอคืนทุนประกันเต็มจำนวนและรับซากรถไป
Q: ถ้ารู้ว่าน้ำกำลังท่วม แต่ย้ายรถไม่ทันเพราะรถติดขัดหนักหรือมีการปิดถนน ถือว่าเคลมได้ไหม?
A: เคลมได้ครับ เพราะจัดเป็นเหตุสุดวิสัยจากภาวะน้ำท่วมฉับพลันที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือเคลื่อนย้ายรถได้ทัน
Q: น้ำท่วมขังระดับไหนที่ประกันอาจถือว่าเป็นการ "จงใจขับฝ่าพื้นที่เสี่ยง"?
A: หากเส้นทางนั้นมีป้ายเตือนภัยระดับน้ำสูงชัดเจน มีเจ้าหน้าที่กั้นไม่ให้ผ่าน หรือระดับน้ำสูงเกินครึ่งคันอย่างเห็นได้ชัดแล้วยังฝืนขับเข้าไป หากเครื่องดับตรงนั้น ประกันอาจมองว่าเป็นพฤติกรรมเสี่ยงภัย
Q: หากน้ำท่วมขังซึมเข้าเฉพาะพรมและเบาะนั่งรถ สามารถเคลมซักทำความสะอาดพรมได้ไหม?
A: เคลมได้ครับ หากกรมธรรม์คุ้มครองภัยน้ำท่วม ประกันจะครอบคลุมค่าถอดซักพรม รื้อซับความชื้น ทำความสะอาดเบาะ และเปลี่ยนชิ้นส่วนระบบไฟฟ้าใต้พื้นรถที่เสียหาย
Q: ค่าลากรถ/รถยกสไลด์ ยกรถจมน้ำเข้าศูนย์บริการ ประกันจ่ายให้หรือไม่?
A: ปกติกรมธรรม์ที่มีความคุ้มครองภัยน้ำท่วมจะครอบคลุมค่าขนย้าย/รถยกตามจริง โดยทั่วไปไม่เกิน 20% ของหมวดค่าซ่อมแซมตัวรถ
Q: รถยนต์กลุ่ม e:HEV จมน้ำ แบตเตอรี่ไฟฟ้าเสียหาย ประกันคุ้มครองหรือไม่?
A: คุ้มครองครับ ประกันภัยชั้น 1 หรือกรมธรรม์ที่มีสัญญาน้ำท่วมจะครอบคลุมชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ระบบไฮบริด และแบตเตอรี่แรงสูงตามวงเงินประกัน
Q: เผลอกดปุ่มสตาร์ตรถหลังน้ำลด แล้วเครื่องดับ ประกันจะปฏิเสธเคลมทันทีเลยไหม?
A: เจ้าหน้าที่ประกันจะตรวจสอบวิเคราะห์สาเหตุ หากพบว่าผู้ขับขี่ทราบดีอยู่แล้วว่าน้ำเข้าเครื่องแต่ยังพยายามกดสตาร์ตซ้ำจนก้านสูบหัก อาจปฏิเสธความคุ้มครองเฉพาะส่วนเครื่องยนต์ที่พังเพิ่มขึ้น
Q: ควรถ่ายรูปหลักฐานอะไรบ้างตอนรถถูกน้ำท่วมเพื่อใช้ยืนยันกับประกัน?
A: ควรถ่ายรูปคราบน้ำรอบตัวรถ, ป้ายทะเบียน, สภาพภายในห้องโดยสาร, สภาพห้องเครื่องยนต์ และถ่ายภาพมุมกว้างให้เห็นป้ายถนนหรือจุดเกิดเหตุ
ขับรถลุยน้ำท่วมขัง ควรหรือไม่ควร? เช็กลิสต์ระดับน้ำ วิธีขับปลอดภัย และทางเลี่ยงในกรุงเทพฯ คลิก
Q: ซ่อมรถจมน้ำที่ศูนย์บริการ สามารถเบิกอะไหล่แท้จากประกันได้หรือไม่?
A: หากกรมธรรม์ระบุเงื่อนไข จะสามารถเบิกเปลี่ยนอะไหล่แท้ฮอนด้าตามรายการที่อนุมัติเคลมได้ครบถ้วน
Q: บริษัทประกันภัยสามารถปฏิเสธการเคลมรถน้ำท่วมได้ในกรณีใดบ้าง?
A: กรณีขับฝ่าพื้นที่เสี่ยงเตือน, สตาร์ตรถซ้ำทั้งที่รู้ว่าน้ำเข้า, การดัดแปลงแก้ไขสภาพรถก่อนตรวจเช็ก, หรือกรมธรรม์ไม่มีความคุ้มครองภัยธรรมชาติ/น้ำท่วม
Q: ทรัพย์สินส่วนบุคคล เช่น โน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน หรือกระเป๋าที่อยู่ในรถตอนน้ำท่วม ประกันรถยนต์จ่ายไหม?
A: ประกันภัยรถยนต์คุ้มครองเฉพาะตัวรถและอุปกรณ์ตกแต่งมาตรฐานที่ติดตั้งมากับรถเท่านั้น ไม่ครอบคลุมทรัพย์สินส่วนบุคคลภายในรถ เว้นแต่จะมีประกันภัยทรัพย์สินหรือประกันอุบัติเหตุอื่นระบุคุ้มครองไว้
Q: ขั้นตอนการอนุมัติเคลมและซ่อมรถจมน้ำใช้เวลานานแค่ไหน?
A: ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายและการคิวประเมินของบริษัทประกัน โดยปกติหลังจากแจ้งเหตุ ประกันจะออกใบเคลมและอนุมัติรายการซ่อมร่วมกับศูนย์บริการ ภายใน 3–7 วันทำการ
อย่าปล่อยให้ความไม่รู้ ทำให้คุณต้องเสียสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ
เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมรถยนต์ การตั้งสติและทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้องคือสิ่งสำคัญที่สุด จำให้แม่นว่า "ถ่ายรูปหลักฐาน - ตรวจกรมธรรม์ - ติดต่อประกัน - และห้ามสตาร์ตรถเด็ดขาด" การดูแลรถอย่างถูกวิธีตั้งแต่แรกเห็นคราบน้ำ จะช่วยให้การเคลมประกันของคุณราบรื่นและได้รับการชดเชยอย่างคุ้มค่าที่สุด
แค่หวัดธรรมดาหรือ RSV? สังเกต 3 อาการวิกฤต เสี่ยงปอดอักเสบในเด็กเล็ก รู้ทันรับมือไว คลิก
หากคุณไม่แน่ใจในเงื่อนไข หรือต้องการนำรถยนต์ฮอนด้าเข้าประเมินความเสียหายอย่างละเอียด แวะมาขอรับคำปรึกษาและประสานงานเคลมประกันได้ที่ศูนย์บริการ ยูไนเต็ด ฮอนด้า Line : @unitedhonda Facebook : United Honda Automobile หรือโทร 02-432-2222 เรามีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมดูแลและคืนสภาพรถของคุณให้กลับมาสมบูรณ์และปลอดภัยเหมือนใหม่อีกครั้งครับ