สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการยางระเบิด

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการยางระเบิด

17/04/2020

     เมื่อเกิดยางรถยนต์ขึ้นในขณะที่กำลังขับรถอยู่ไม่ว่าเป็นยางล้อหน้า หรือล้อหลังก็ตาม สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือ ตั้งสติ และควบคุมสติให้ดี มือทั้งสองข้างต้องจับพวงมาลัยให้แน่น ค่อยๆ ถอนคันเร่งออก และพยายามประคองพวงมาลัยให้รถอยู่บนเส้นทาง จากนั้นมองกระจกหลัง และกระจกมองข้างว่ามีรถมากน้อยแค่ไหน แตะเบรกอย่างเบาๆ และแตะเบรกให้ถี่ที่สุด

 

     แต่สิ่งที่ห้ามทำในขณะที่เกิดยางระเบิดอยู่นั่น คือ ห้ามกระทืบเบรกแรงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้รถของคุณหมุนได้ ห้ามเหยียบคลัตช์ เพราะถ้าเหยียบคลัตช์รถจะไม่เกาะถนน และทำให้รถเกิดการลอยตัว และบังคับรถยากอีกต่างหาก และห้ามดึงเบรกมือด้วยนะครับ

 

     อาการเตือนก่อนที่ยางจะระเบิด ขณะที่ขับรถอยู่ ถ้ารู้สึกว่าพวงมาลัยเริ่มสั่นสะเทือนผิดปกติและบังคับรถได้ยากโดยเฉพาะในขณะเลี้ยว ทั้งๆ ที่ไม่มีปัญหาเรื่องถ่วงล้อและศูนย์ล้อหน้าปกติ ลูกหมากไม่หลวม และขณะขับมาระยะแรกๆ พวงมาลัยไม่สั่น อาการนี้เป็นสิ่งบอกเหตุว่ายางรถยนต์เริ่มบวมพร้อมที่จะระเบิดแล้ว ควรชะลอความเร็วและจอดรถในบริเวณที่ปลอดภัย ลงจากรถแล้วรีบตรวจสภาพยางทันที ซึ่งโดยส่วนมากจะพบว่ายางร้อนจัดและบวมเนื่องจากเสื่อมสภาพ

 

     แต่หากไม่ได้เฉลียวใจยังคงขับต่อไปก็มีข้อสังเกตเมื่อยางระเบิด คือ ไม่ว่ายางด้านใดจะระเบิด ล้อหน้าหรือล้อหลังก็ตาม เมื่อระเบิดด้านซ้ายรถจะแฉลบไปด้านซ้าย แล้วจะสะบัดกลับและสะบัดไปด้านซ้ายอีกสลับกันไป และในทำนองตรงกันข้าม หากระเบิดด้านขวาอาการจะกลับเป็นตรงกันข้าม อุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดจากกรณีนี้และมีผลเสียหายที่รุนแรง ส่วนมากเป็นเพราะขณะยางระเบิดรถวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงมากๆ พอยางระเบิดขึ้นมารถก็จะกลิ้งทันที ผู้ขับจึงไม่มีเวลาและโอกาสที่จะทำอะไรได้เลย ดังนั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูงๆ จึงมักจะแก้ไขอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น จึงไม่ควรขับรถเร็วเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


     ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการยางระเบิดนั้น จะมีอะไรบ้างมาดูกัน

ยางร้อนจัด

  • ยางร้อนจัด เนื่องมาจากเบรกติดที่ล้อใดล้อหนึ่ง กรณีนี้อาจทำให้เกิดไฟไหม้รถได้เลยนะ สาเหตุที่เกิดคือ เลือกใช้ยางไม่ถูกขนาด เช่น เอายางรถเก๋งไปใส่รถปิกอัพ เป็นต้น หรือแก้มยางเสียดสีกับขอบถนน

ยางลมอ่อน

  • ลมยางอ่อนเกินไป ซึ่งนอกจากจะเปลืองน้ำมันแล้ว ยังทำให้เวลารถวิ่งเป็นเวลานานๆ อาจเกิดความร้อนจนบริเวณแก้มยางฉีกขาดได้

บรรทุกน้ำหนักเกิน

  • บรรทุกน้ำหนักเกินค่าที่กำหนด สำหรับน้ำหนักบนรถที่บรรทุกมากเกินไปจนยางรับไม่ไหว อาจส่งผลให้ยางระเบิดได้เช่นกันนะครับ

ขับเร็วเกิรพิกัด

  • ขับรถโดยใช้ความเร็วเกิดพิกัด ยิ่งขับรถเร็วมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ความร้อนของยางสูงขึ้นตามมากเท่านั้น และเมื่อเกิดยางระเบิดขึ้นโดยมีความเร็วที่สูง ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเสียหลักในการควบคุมรถได้เลยนะ อันตรายมากๆ


  • ยางหมดอายุการใช้งาน เช่น แก้มยางมีรอยแตกลายงา บวม ฉีกขาด ดอกยางหมดสภาพ เป็นต้น

     อย่างไรก็ตาม หมั่นตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์เป็นประจำทุกครั้งก่อนเดินทาง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางนะครับ



BR-V

เริ่มต้น 765,000 บาท
ผ่อนเริ่มต้น 11,000 บาท/เดือน

ดูรายละเอียด