ต้องระวัง! อย่าให้เด็กอยู่ในรถเพียงลำพัง

ต้องระวัง! อย่าให้เด็กอยู่ในรถเพียงลำพัง

12/03/2020

   การทิ้งเด็กไว้ในรถเพียงลำพังนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเป็นอย่างมากเลยนะครับ เพราะการที่เด็กอยู่ในรถที่จอดอยู่กลางแดด อาจเสียชีวิตได้เลยนะครับ และมักจะเกิดขึ้นกับเด็กที่มีอายุ 3-6 ปี เกิดขึ้นได้ทั้งรถนักเรียน และรถยนต์ส่วนบุคคล ส่วนใหญ่เด็กที่ติดอยู่ในรถไม่ได้เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ เพราะปกติร่างกายของคนเราจะรักษาอุณหภูมิไว้ที่ 37 องศาเซลเซียส แต่เมื่อติดอยู่ในรถที่มีความร้อน ร่างกายจะขับความร้อนในรูปแบบของเหงื่อออกมาหากอุณหภูมิภายในรถยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็จะถึงจุดที่ร่างกายทนไม่ไหว ทำให้กระบวนการขับความร้อนของร่างกายที่มาในรูปของเหงื่อหยุดทำงาน เด็กจะอาจเกิดภาวะเลือดเป็นกรด ช็อค หมดสติและสมองบวม จากนั้นอาจเกิดการหยุดหายใจได้

 

ระยะเวลา

   หากเด็กติดอยู่ในรถที่จอดอยู่กลางแดดนาน 5 นาที อุณหภูมิในร่างการจะสูงขึ้น จนไม่สามารถทนอยู่ได้ และถ้าหากนานถึง 10 นาที ร่างกายจะยิ่งแย่ลง อ่อนเพลีย แต่ถ้านานถึง 30 นาที อวัยวะทุกอย่างหยุดทำงาน และอาจเสียชีวิตได้ครับ

   ถึงแม้จะเปิดแอร์ทิ้งไว้ก็เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน เพราะเมื่อจอดรถติดเครื่องยนต์ไว้ คนในรถจะสูดดมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากท่อไอเสียเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เซื่องซึม สั่น กระตุก หากสูดดมก๊าซเข้าไปมากๆ อาจมีอาการหายใจติดขัด หมดสติโดยไม่รู้ตัว เพราะฮีโมลโกลบินจะน้อยกว่าปกติ ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ และกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลางจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ทันทีเลยนะ เพราะฉะนั้นการที่ปล่อยให้เด็กอยู่เพียงลำพัง อาจเกิดอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้นะครับ

 

การป้องกัน

  • ห้ามทิ้งเด็กไว้ในรถโดยลำพังเด็ดขาด ไม่ว่าคุณจะต้องไปทำธุระข้างนอกรถเร็วหรือช้า แต่ก็ควรนำเด็กลงจากรถไปด้วยทุกครั้งนะครับ ถึงแม้เด็กจะหลับอยู่ก็ควรปลุกไปด้วย อย่ากลัวว่าลูกงอแงนะครับ เพราะไม่ใช่เพียงความปลอดภัยเท่านั้นแต่เป็นการฝึกให้ลูกได้เรียนรู้ว่าทุกครั้งที่จอดรถลูกจะต้องลงจากรถด้วยเช่นกัน
  • การแง้มหน้าต่างรถก็ไม่ได้ช่วยอะไรนะครับ ความจริงแล้วเด็กเสียชีวิตเพราะความร้อนสูง ไม่ว่าจะจอดกลางแดดหรือในที่ร่มก็ตามแต่ เนื่องจากบ้านเรามีสภาพอากาศที่ร้อน และยังเสี่ยงอาจถูกลักพาตัวได้เหมือนกันนะครับ
  • ในกรณีที่เป็นรถโรงเรียน ผู้ปกครองเด็กต้องมั่นใจในการใช้บริการรถโรงเรียน โดยจะต้องทราบผู้ที่ต้องไปรับ-ส่ง ว่ามีใครบ้างและดูแลเด็กเป็นอย่างไร รวมถึงคนขับรถ ที่สำคัญทางโรงเรียนมีมาตรการของโรงเรียนอย่างไรในการรับ-ส่งเด็กเล็ก
  • สิ่งที่ต้องตระหนักอย่างยิ่งก็คือ ผู้ที่ใกล้ชิดเด็กเล็กต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะต้องคิดเสมอว่าเด็กเล็กยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในเรื่องความปลอดภัย เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องไม่ประมาทแม้เพียงเสี้ยววินาทีเลยละครับ

 

เทคนิคการสอนเด็ก

   ให้แนะนำเด็กว่าถ้าหากติดอยู่ในรถนั้นจะต้องทำตัวอย่างไร อย่างการบีบแตรเป็นการขอความช่อยเหลือหากเกิดติดอยู่ในรถจริงๆ จะต้องค่อยๆ สอน สอนเป็นประจำ สอนให้เด็กได้เกิดความคุ้นชินนะครับ


New Honda CR-V e:HEV

เริ่มต้น 1,399,000 บาท
ผ่อนเริ่มต้น 15,100 บาท/เดือน

ดูรายละเอียด

บทความอื่นๆ

เครื่องยนต์ Overheat แก้ได้! ถ้ารู้วิธีดูแลหม้อน้ำที่ถูกต้อง (พร้อมวิธีเช็กด้วยตัวเองง่ายๆ)

เครื่องยนต์ Overheat แก้ได้! ถ้ารู้วิธีดูแลหม้อน้ำที่ถูกต้อง (พร้อมวิธีเช็กด้วยตัวเองง่ายๆ)

20/03/2026

เครื่องยนต์ Overheat แก้ได้! วิธีเช็กและดูแลหม้อน้ำรถยนต์ ยูไนเต็ด ฮอนด้า รถความร้อนขึ้นทำยังไง? รวมวิธีสังเกตอาการเครื่องยนต์ Overheat สัญญาณเตือนอันตราย และวิธีดูแลหม้อน้ำด้วยตัวเองง่ายๆ พร้อมบริการตรวจเช็กระบบหล่อเย็น

อ่านต่อ
จำเป็นหรือไม่? Snow Mode ใน Honda e:N2 เมืองไทยไม่มีหิมะ แล้วใช้อย่างไรให้คุ้ม!

จำเป็นหรือไม่? Snow Mode ใน Honda e:N2 เมืองไทยไม่มีหิมะ แล้วใช้อย่างไรให้คุ้ม!

19/03/2026

เจาะลึก Snow Mode ใน Honda e:N2 จำเป็นไหมกับถนนเมืองไทย? เรียนรู้วิธีใช้โหมดขับขี่อัจฉริยะช่วยคุมรถขณะฝนตกและถนนลื่น พร้อมข้อเสนอพิเศษที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า

อ่านต่อ
เช็กด่วนใน 1 นาที! รถคุณเข้าข่าย "เคลมหม้อน้ำฟรี" หรือไม่? อย่าปล่อยให้สิทธิหลุดมือ ก่อนเครื่องยนต์มีปัญหา

เช็กด่วนใน 1 นาที! รถคุณเข้าข่าย "เคลมหม้อน้ำฟรี" หรือไม่? อย่าปล่อยให้สิทธิหลุดมือ ก่อนเครื่องยนต์มีปัญหา

18/03/2026

รักษาสิทธิ์ของคุณ! สรุปขั้นตอนการเช็กสิทธิ์เคลมหม้อน้ำฟรีสำหรับรถยนต์ Honda City เครื่องยนต์ 1.0 Turbo ทั้งรุ่น Sedan และ Hatchback ตรวจเช็กไว บริการด้วยอะไหล่แท้ที่ศูนย์บริการ ยูไนเต็ด ฮอนด้า ดูรายละเอียดด่วนที่นี่

อ่านต่อ
Uto