ไวรัสฮันตาในไทยน่ากลัวแค่ไหน? สรุปข้อมูลล่าสุดปี 2569 อาการ วิธีป้องกัน และสัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง

ไวรัสฮันตาในไทยน่ากลัวแค่ไหน? สรุปข้อมูลล่าสุดปี 2569 อาการ วิธีป้องกัน และสัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง

14/05/2026

ไวรัสฮันตา (Hantavirus)

   เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยมี "สัตว์ฟันแทะ" เช่น หนู เป็นพาหะหลัก เชื้อนี้พบได้ทั่วโลกและมีอัตราการป่วยตายสูงแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์และพื้นที่ โดยบางแห่งอาจสูงถึงร้อยละ 30–50

  • ช่องทางการติดต่อ: สูดดมละอองเชื้อ ภัยใกล้ตัวที่มองไม่เห็น คนส่วนใหญ่ติดเชื้อผ่าน การสูดละอองจากปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายของหนู ที่ฟุ้งกระจายในอากาศ นอกจากนี้ยังติดต่อได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ติดเชื้อผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุตา จมูก ปาก รวมถึงการถูกหนูกัดแต่พบได้น้อย กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงคือการทำความสะอาดพื้นที่ปิดที่มีอากาศถ่ายเทไม่ดี หรือการทำเกษตรในแหล่งที่มีหนูชุกชุม โดยทั่วไปไวรัสนี้ ไม่ติดต่อจากคนสู่คน ยกเว้นบางสายพันธุ์เช่น Andes virus ที่พบได้น้อยมากในแถบอเมริกา
  • อาการของโรค: แยกให้ออกระหว่าง HFRS และ HPS ระยะฟักตัวของโรคอยู่ที่ 1–8 สัปดาห์ เริ่มต้นจะมีอาการคล้ายไข้หวัด คือ ไข้ ปวดกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะ

   แต่ความน่ากลัวจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอาการตามพื้นที่ระบาดดังนี้:

  • HFRS (พบในเอเชียและยุโรป): เน้นอาการทางไต ผู้ป่วยจะมีไข้ ปวดท้องรุนแรง ความดันต่ำ และมีภาวะ ไตวายเฉียบพลัน
  • HPS (พบในอเมริกา): เน้นอาการทางปอด หลังจากมีไข้ 4–10 วัน จะเริ่มไอ หายใจลำบาก และแน่นหน้าอก ซึ่งมีอัตราตายสูงถึงร้อยละ 40

หน้าฝนและน้ำท่วมด้วยยิ่งต้องระวังกับโรคที่มาพร้อมกับน้ำ ดูแลตัวเองไม่ดีอาจเสี่ยงเป็นโรคได้ คลิก

 

   สถานการณ์ในประเทศไทยปี 2569 ข้อมูลระบุว่าในไทยพบเชื้อไวรัสฮันตาได้ทั้งในคนและสัตว์ฟันแทะหลายชนิด เช่น หนูพุก และหนูท้องขาว โดยพบเชื้อในหนูเหล่านี้สูงถึง ร้อยละ 2–24 แม้รายงานผู้ป่วยในคนจะพบไม่บ่อย แต่หลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่ามีเชื้อตัวนี้กระจายอยู่ในระบบนิเวศของไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

  • อัปเดตข่าวโลก: การระบาดบนเรือสำราญ 2569 ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2569 มีรายงานพบกลุ่มผู้ป่วยยืนยันและสงสัยรวม 8 รายจากการเดินทางบนเรือสำราญในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย เหตุการณ์นี้ทำให้ทั่วโลกตื่นตัวเรื่องการตรวจสอบพาหะในพื้นที่จำกัด

 

เจาะลึกข้อสงสัย: 10 Q&A

ถาม-ตอบ เรื่องไวรัสฮันตา (FAQ)

 Q: ไวรัสฮันตาติดต่อจากคนสู่คนได้ไหม? 

A: พบได้น้อยมาก มีรายงานเฉพาะสายพันธุ์ Andes virus ที่ต้องมีการสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลานานเท่านั้น

 

 Q: หนูชนิดไหนในไทยที่เป็นพาหะ? 

A: พบเชื้อในหนูหลายสายพันธุ์ เช่น Rattus rattus (หนูท้องขาว), Bandicota indica (หนูพุกใหญ่) และหนูสายพันธุ์อื่นๆ

 

 Q: ถ้าโดนหนูกัดจะติดไวรัสฮันตาหรือไม่? 

A: มีโอกาสติดได้ แต่พบได้น้อยกว่าการสูดดมละอองจากมูลหนู

 

 Q: อาการแรกเริ่มต่างจากไข้หวัดใหญ่อย่างไร? 

A: ในช่วงแรกคล้ายกันมาก แต่ไวรัสฮันตามักมีอาการปวดกล้ามเนื้อที่รุนแรง และอาจตามด้วยอาการหายใจลำบากหรือปวดหลัง/ไตอย่างหนัก

 

 Q: มีวัคซีนป้องกันไวรัสฮันตาหรือยัง? 

A: ปัจจุบันยัง ไม่มีวัคซีน หรือยาจำเพาะสำหรับรักษาโรคนี้

 

 Q: วิธีทำความสะอาดบ้านที่มีมูลหนูให้ปลอดภัยทำอย่างไร?

A: ห้ามกวาดแห้งหรือดูดฝุ่น เพราะจะทำให้เชื้อฟุ้งกระจาย ควรทำให้บริเวณนั้นชื้นก่อนทำความสะอาดเพื่อลดละอองฝุ่น

 

 Q: ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่สุด? 

A: เกษตรกร คนทำงานป่าไม้ คนที่อาศัยในแหล่งหนูชุกชุม และผู้ที่ทำความสะอาดอาคารปิดที่ทิ้งไว้นาน

 Q: ระยะฟักตัวของโรคนานแค่ไหน? 

A: โดยทั่วไปประมาณ 1 ถึง 8 สัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อ

 

 Q: หากติดเชื้อแล้วมีโอกาสเสียชีวิตสูงแค่ไหน? 

A: ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ หากเป็นกลุ่มอาการทางปอด (HPS) อัตราตายอาจสูงถึงร้อยละ 38-50

 

 Q: การรักษาต้องทำอย่างไร? 

A: เน้นการรักษาตามอาการตามประคับประคอง แต่การเข้ารับการรักษาเร็วจะช่วยลดโอกาสเสียชีวิตได้อย่างมาก

"โรคตาแดง" ต้องระวัง! ในช่วงหน้าฝนหรือสถานการณ์น้ำท่วมก็เสี่ยง คลิก

 

อย่ารอให้ "หนู" กลายเป็นภัยร้ายใกล้ตัว

   แม้ไวรัสฮันตาจะเป็นโรคที่พบไม่บ่อยในไทย แต่ด้วยอัตราการป่วยตายที่สูงและการไม่มีวัคซีนป้องกัน ทำให้เราไม่ควรมองข้ามความสะอาดในที่พักอาศัย การจัดการแหล่งเพาะพันธุ์หนูและการทำความสะอาดอย่างถูกวิธีคือหัวใจสำคัญของการป้องกัน หากคุณมีอาการไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง หรือหายใจติดขัดหลังสัมผัสพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสหนูทันที เพราะการรักษาที่รวดเร็วคือโอกาสรอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวของคุณ

บทความอื่นๆ

อัปเดตสภาพอากาศ 24 ชั่วโมง เตือนฝนตกหนักทั่วไทย เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน กทม. เฝ้าระวังช่วงค่ำ เลือกรถยนต์ Honda ลุยน้ำอย่างมั่นใจ

อัปเดตสภาพอากาศ 24 ชั่วโมง เตือนฝนตกหนักทั่วไทย เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน กทม. เฝ้าระวังช่วงค่ำ เลือกรถยนต์ Honda ลุยน้ำอย่างมั่นใจ

18/09/2026

เช็กด่วนสภาพอากาศวันนี้! กรมอุตุฯ เตือนทั่วไทยรับมือฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และกรุงเทพฯ ปริมณฑลที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักช่วงค่ำ เช็กพื้นที่เสี่ยงภัยละเอียด พร้อมแนะนำเทคนิคขับรถลุยน้ำอย่างปลอดภัย และเลือกรถยนต์ Honda สไตล์ SUV ยกสูงที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า เพื่อการเดินทางที่มั่นใจในทุกสภาวะอากาศ

อ่านต่อ
แค่หวัดธรรมดาหรือ RSV? สังเกต 3 อาการวิกฤต เสี่ยงปอดอักเสบในเด็กเล็ก รู้ทันรับมือไว

แค่หวัดธรรมดาหรือ RSV? สังเกต 3 อาการวิกฤต เสี่ยงปอดอักเสบในเด็กเล็ก รู้ทันรับมือไว

11/09/2026

ลูกป่วยเป็นแค่หวัดธรรมดาหรือติดเชื้อไวรัส RSV? ยูไนเต็ด ฮอนด้า (UNITED Honda Automobile) สรุปวิธีสังเกต 3 อาการวิกฤตที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ หายใจหอบเหนื่อยจนอกบุ๋ม/มีเสียงวี้ด, ไอถี่รุนแรงเสมหะเหนียวข้นอุดกั้น และอาการซึมไม่กินนมเสี่ยงขาดออกซิเจน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเชื้อลงปอดหรือปอดอักเสบในเด็กเล็ก พร้อมแนะนำแนวทางป้องกันและดูแลสุขอนามัยในห้องโดยสารรถยนต์เพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทางของครอบครัว

อ่านต่อ
พ่อแม่ต้องระวัง! เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี เสี่ยงติดเชื้อ RSV แพร่ระบาดหนักช่วงฝนและหนาว รู้ทันสัญญาณเตือนและวิธีป้องกัน

พ่อแม่ต้องระวัง! เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี เสี่ยงติดเชื้อ RSV แพร่ระบาดหนักช่วงฝนและหนาว รู้ทันสัญญาณเตือนและวิธีป้องกัน

10/09/2026

เตือนภัยผู้ปกครองและพ่อแม่ทุกคน! ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) กำลังแพร่ระบาดหนักในกลุ่มเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ยูไนเต็ด ฮอนด้า (UNITED Honda Automobile) สรุปข้อมูลสำคัญแบบเจาะลึก ตั้งแต่สัญญาณเตือน อาการป่วย ข้อแตกต่างจากไข้หวัดธรรมดา พร้อมวิธีป้องกันและดูแลสุขอนามัยทั้งภายในบ้านและห้องโดยสารรถยนต์ เพื่อให้ทุกการเดินทางของครอบครัวและลูกน้อยปลอดภัย ไร้โรคภัยตลอดทุกฤดูกาล

อ่านต่อ
Uto