หลายคนสงสัย เคลือบแก้วหรือเคลือบแวกซ์แบบไหนดี!

หลายคนสงสัย เคลือบแก้วหรือเคลือบแวกซ์แบบไหนดี!

01/01/2020

   ความเงางามของผิวสีรถยนต์เป็นจุดที่เรียกว่า มีความสำคัญอย่างมากกับเจ้าของรถยนต์ ล้วนแต่อยากให้ผิวสีรถยนต์เงาฉ่ำสวยเหมือนรถใหม่ในโชว์รูมตลอดเวลา ซึ่งความเงางามที่เกิดขึ้นนั้นก็ต้องมาจากการดูแล และปกป้องผิวสีรถยนต์อย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการล้างทำความสะอาด การขัดสี การเคลือบสีรถยนต์ หรือการใช้งานที่เหมาะสม จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันการปกป้องสีรถยนต์ด้วยการเคลือบสีรถยนต์ค่อนข้างเป็นที่นิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น การแวกซ์ การเคลือบแก้วหรือการเคลือบเซรามิก

   คนส่วนใหญ่จะสงสัยระหว่าง การเคลือบแก้วและการเคลือบแวกซ์นั้นแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งหลายๆ ท่านเลือกการปกป้องผิวสีรถยนต์คันโปรดด้วยการเคลือบแก้ว แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเคลือบแบบไหนเหมาะกับการใช้งานรถยนต์ของคุณ

 

 เคลือบแก้ว

   เคลือบแก้ว คือการใช้ซิลิกอน (Si) เป็นส่วนประกอบหลัก หากพูดถึงคุณสมบัติเฉพาะของแก้วนั้นส่วนประกอบหลักคือ ซิลิกอนไดออกไซด์ (SiO2) ซึ่งแก้วบริสุทธิ์ทำมาจาก Si และ O2 นั่นเอง ดังนั้น การเคลือบแก้วรถยนต์ คือการเคลือบทับผิวสีรถยนต์ด้วยแก้ว ซึ่งมีคุณสมบัติให้ความเงางามและความแข็งเหมือนกระจก ทนทานต่อสิ่งที่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนผิวรถยนต์ของคุณ และครอบคลุมไปจนถึงสามารถปกป้องสีรถยนต์ที่คุณรักจากมลภาวะบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี

 

เคลือบแวกซ์

   เคลือบแวกซ์ คือการใช้น้ำมัน เป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งส่วนผสมที่พบมากที่สุดก็คือ Carnauba เป็นสารสกัดที่ได้มาจากปาล์มคาร์นูบาจากประเทศบราซิล ดังนั้น การเคลือบแวกซ์รถยนต์จึงทำให้สีรถยนต์ของคุณสวย เป็นประกาย เงาฉ่ำ ในแบบที่คนรักรถหลายๆ ท่านชอบนั่นเองครับ

 

เปรียบเทียบคุณสมบัติ

   เนื่องจากการเคลือบแก้วกับการเคลือบแวกซ์รถยนต์นั้น ทำมาจากส่วนประกอบที่แตกต่างกัน จึงมีทั้งข้อดีและข้อเสียความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้น ขอเปรียบเทียบคุณสมบัติและลักษณะพิเศษของ เคลือบแก้ว กับ เคลือบแวกซ์ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

 

1. ราคา

   สำหรับเรื่องของราคา ระหว่างการเคลือบแก้วกับเคลือบแวกซ์ เคลือบแก้วจะมีราคาสูงกว่า เพราะราคาเคลือบแก้วจะอยู่ที่ราคาหลักพันกลางๆ ไปจนถึงราคาหลักหมื่น ส่วนเคลือบแวกซ์จะอยู่ที่หลักร้อยเท่านั้น ดังนั้นหากเทียบเรื่องราคา เคลือบแวกซ์จะราคาถูกกว่าเคลือบแก้ว

 

2. ระยะเวลาในการใช้งาน

   ในเรื่องระยะเวลาการใช้งาน การเคลือบแวกซ์จะทำหลังจากการล้างรถ และจะต้องทำซ้ำเมื่อคุณล้างรถในแต่ละครั้ง เรียกว่า ล้างรถแต่ละทีก็ต้องตามด้วย แวกซ์ เลย เพราะคุณสมบัติในการเกาะผิวรถของแวกซ์อยู่ได้ไม่นาน ส่วนการเคลือบแก้ว ใช้ทำหลังการล้างรถ และเตรียมผิวรถให้พร้อม มีขั้นตอนที่มากกว่าแวกซ์ก็จริง แต่น้ำยาเคลือบแก้วมีคุณสมบัติสามารถยึดเกาะผิวรถได้นานกว่าแวกซ์ จึงไม่จำเป็นต้องเคลือบซ้ำทุกครั้งหลังจากการล้างรถ ที่สำคัญยังช่วยให้คุณล้างรถง่ายขึ้น ล้างรถแต่ละครั้งไม่ถึง 1 ชั่วโมง ดังนั้น เคลือบแก้วทำครั้งเดียว แต่การเคลือบแวกซ์จะต้องทำบ่อยๆ

 

3. การป้องกันสีรถยนต์

   เรื่องการปกป้องสีรถยนต์ การเคลือบแวกซ์ จะช่วยปกป้องสีรถของคุณจากแสงแดด สิ่งสกปรก ฝุ่นละอองเล็กๆ น้อยๆ และยังช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของสีรถยนต์ไม่ให้สีดูหมอง หรือเก่าเร็วนั่นเอง ส่วนการเคลือบแก้วนั้นจะป้องกันในเรื่อง ขนสัตว์ แสงแดด ฝุ่นละออง คราบยางไม้ คราบขี้นก และคราบน้ำไม่ให้เกิดคราบ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นโล่ป้องกันผิวสีรถยนต์ได้เป็นอย่างดี

 

4. ความเงางาม

   สำหรับเรื่องความเงางาม อย่างที่บอกในก่อนหน้านี้ว่า แวกซ์มีส่วนผสมหลักคือ น้ำมัน ดังนั้นการเคลือบแวกซ์จึงให้ความเงางามดูฉ่ำๆ สดใสมีชีวิตชีวา มากกว่า การเคลือบแก้ว แต่ถ้าอยากได้ความเงางามเหมือนกระจก แนะนำให้เลือกเป็นเคลือบแก้วครับ

 

5. การเกาะตัวของหยดน้ำ

   ในเรื่องการเกาะตัวของหยดน้ำนั้น การเคลือบแก้วมีคุณสมบัติ ไฮโดรโฟบิก จะช่วยลดแรงเสียดทานบนผิวของรถ ทำให้น้ำไม่เกาะผิวรถ รวมทั้งพวกสิ่งสกปรกจะเกาะผิวรถของคุณยากขึ้น โดยสังเกตได้จากหยดน้ำบนผิวรถหลังจากโดนน้ำ ลักษณะจะกลมนูน เหมือนหยดน้ำกลิ้งบนใบบัว และไหลออกไปได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเมื่อเทียบกับเคลือบแวกซ์แล้ว เคลือบแวกซ์ไม่ได้มีคุณสมบัตินี้

 

6. ป้องกันสิ่งสกปรก

   สำหรับการป้องกันสิ่งสกปรก อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า เคลือบแก้วมีคุณสมบัติของ ไฮโดรโฟบิก รถยนต์ที่ผ่าน การเคลือบแก้วจะมีสมบัติลดการเกาะตัวของสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองด้วย และที่สำคัญยังให้ผลลัพธ์ที่ดีตามมาคือ ช่วยให้ทำความสะอาดผิว รถยนต์ ได้ง่ายขึ้นและเร็วกว่ารถยนต์ที่ไม่ได้เคลือบแก้วอีกด้วยครับ ส่วนเคลือบแวกซ์ ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว และยังมีส่วนประกอบหลักคือ น้ำมัน ดังนั้นการเคลือบแวกซ์จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่า การออกซิเดชั่นได้ จึงทำให้แวกซ์ค่อนข้างเก็บฝุ่นและสิ่งสกปรกมากกว่าเคลือบแก้ว

 

   เรียกว่าทั้งสองแบบต่างก็มีข้อดีข้อด้อย ลองพิจารณากันดูว่ารถของคุณเหมาะกับแบบไหนนะครับ


NEW HONDA HR-V e:HEV

เริ่มต้น 959,000 บาท
ผ่อนเริ่มต้น 8,090 บาท/เดือน

ดูรายละเอียด

บทความอื่นๆ

Honda City Minorchange 2026 มาแน่ พฤษภาคมนี้

Honda City Minorchange 2026 มาแน่ พฤษภาคมนี้

10/05/2026

Honda City Minorchange 2026 มาแน่ พฤษภาคมนี้ อัปเดตล่าสุด

อ่านต่อ
ของเหลวในรถยนต์ที่ต้องเช็ก! สรุปครบ 6 จุดสำคัญ ขับขี่ปลอดภัย ลดค่าซ่อมบำรุง

ของเหลวในรถยนต์ที่ต้องเช็ก! สรุปครบ 6 จุดสำคัญ ขับขี่ปลอดภัย ลดค่าซ่อมบำรุง

29/04/2026

ดูแลรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอด้วยการตรวจเช็ก "ของเหลวในรถยนต์" ทั้ง 6 จุดสำคัญที่ไม่ควรละเลย! เพราะการปล่อยให้น้ำมันเครื่องแห้ง หรือน้ำหล่อเย็นหมด อาจนำไปสู่ค่าซ่อมหลักหมื่น บทความนี้จะพาคุณไปดูหน้าที่ของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก และของเหลวอื่นๆ พร้อมเคล็ดลับการดูแลเบื้องต้นที่ทำได้เอง เพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานรถคู่ใจของคุณ

อ่านต่อ
จอดรถอยู่ดีๆ มีรอยชน! เคลมประกันได้ไหม? สรุปวิธีรับมือฉบับเข้าใจง่ายที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า

จอดรถอยู่ดีๆ มีรอยชน! เคลมประกันได้ไหม? สรุปวิธีรับมือฉบับเข้าใจง่ายที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า

29/04/2026

จอดรถไว้แป๊บเดียว กลับมาอีกทีมีรอยถลอก! เหตุการณ์ "ชนแล้วหนี" เป็นฝันร้ายของคนรักรถ หลายคนสงสัยว่าไม่มีคู่กรณีแบบนี้ประกันจะช่วยไหม? บทความนี้ ยูไนเต็ด ฮอนด้า จะพาไปหาคำตอบ พร้อมแนะวิธีเคลมประกันให้คุ้มค่าและขั้นตอนการแจ้งความที่ถูกต้อง เพื่อให้รถคุณกลับมาสวยเหมือนใหม่โดยเร็วที่สุด

อ่านต่อ
Uto