ยางอึดขึ้นและคุ้มค่ากับการลงทุนจริงหรือไม่? เมื่อเติมลมยางไนโตรเจน

ยางอึดขึ้นและคุ้มค่ากับการลงทุนจริงหรือไม่? เมื่อเติมลมยางไนโตรเจน

20/12/2024

เติมลมไนโตรเจน

   เป็นการเติมก๊าซไนโตรเจนที่มีความบริสุทธิ์สูงเกือบ 100% เข้าไปในยางรถยนต์แทนที่ลมธรรมดาทั่วไป ซึ่งการเติมลมไนโตรเจนได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีข้อดีหลายๆ อย่าง และยังส่งผลต่อประสิทธิภาพรวมไปถึงอายุการใช้งานของยางรถยนต์อีกด้วยนะครับ

รถเหินน้ำ! เมื่อเกิดจะต้องรับมือและวิธีป้องกันควรทำอย่างไร คลิก

 

ข้อดีที่ควรรู้ เมื่อเติมลมยางด้วยลมไนโตรเจน

  • รักษาระดับแรงดันลมได้ดีกว่า : โมเลกุลของไนโตรเจนมีขนาดใหญ่กว่าและเคลื่อนที่ช้ากว่าโมเลกุลของก๊าซอื่นๆ ทำให้การรั่วซึมออกจากยางได้ช้ากว่า จึงทำให้ช่วยรักษาระดับแรงดันลมให้คงที่ได้นานมากขึ้น
  • ลดการเสื่อมสภาพของยาง : การรักษาระดับแรงดันลมยางให้เหมาะสมจะช่วยลดการเสียดสีภายในยางรถยนต์ได้ ทั้งช่วยลดความร้อน ลดการเกิดสนิมเนื่องจากไม่มีความชื้นเข้าไป และช่วยให้ยางมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น
  • เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ : แรงดันลมยางที่คงที่จะช่วยให้ยางเกาะถนนได้ดีมากขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการสูญเสียการควบคุมรถ
  • ประหยัดน้ำมัน : การรักษาระดับแรงดันลมที่เหมาะสมช่วยลดแรงต้านทานในการหมุนของล้อ ทำให้ช่วยประหยัดน้ำมันได้มาขึ้นนั่นเอง
  • ลดความร้อนภายในยาง : ไนโตรเจนมีความเฉื่อยต่อปฏิกิริยาทางเคมีหรือไม่ว่องไวต่อปฏิกิริยาเคมี จึงทำให้เกิดความร้อนภายในยางน้อยลงนั่นเองครับ ช่วยลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดยางระเบิดได้

 

เติมลมไนโตรเจน เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่ขับขี่รถเป็นระยะทางไกล เพราะจะช่วยรักษาระดับแรงดันลมให้คงที่ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ 
  • ผู้ที่ต้องการยืดอายุการใช้งานของยาง ด้วยการเติมลมไนโตรเจนนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของยางได้ยาวนานกว่าการเติมลมธรรมดา
  • ผู้ที่ใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่

 

   ควรตรวจสอบแรงดันลมยางเป็นประจำ ไม่ว่าจะเติมลมยางด้วยชนิดใดก็ตามก็ควรมีการตรวจสอบแรงดันลมยางนะครับ และหากเป็นเราที่เติมลมยางเองควรเลือกปั๊มลมทีได้มาตรฐานและมีเกจวัดแรงดันลมที่แม่นยำ

เลือกใช้ให้เหมาะ! ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ กับ 4 ล้อ มีความแตกต่าง คลิก

   การเติมแรงดันลมยางที่ต่ำหรือสูงเกินไปส่งผลกระทบต่อการขับขี่และอายุการใช้งานของยาง หากเราต้องการขับขี่อย่างปลอดภัยและประหยัดน้ำมัน ดังนั้นการรักษาระดับแรงดันลมในยางให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ นะครับ

ก่อนเดินทางอย่าลืมตรวจเช็ค "ยางอะไหล่" ยังพร้อมใช้งานหรือไม่? คลิก

 

ผลกระทบเมื่อแรงดันลมยาง “ต่ำเกินไป”

  • การยึดเกาะถนนลดลง : เมื่อแรงดันลมยางต่ำ ยางจะสัมผัสกับพื้นถนนมากยิ่งขึ้น จะยิ่งทำให้เกิดความร้อนและการเสียดสีที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การยึดเกาะถนนลดลงโดยเฉพาะในขณะที่กำลังเข้าโค้งหรือเบรกนั่นเองครับ
  • อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่เพิ่มขึ้น : ยางที่อ่อนตัวจะทำให้เกิดแรงต้านในการหมุนที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เครื่องยนต์จะต้องทำงานหนักขึ้นและอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันก็มากขึ้น
  • ยางสึกหรอเร็ว : ส่วนที่สัมผัสกับพื้นถนนของยางจะสึกหรอเร็วขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากแรงกดที่เพิ่มมากขึ้น
  • เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ : การยึดเกาะถนนที่ลดลงอาจทำให้รถเสียการควบคุมและอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพถนนที่เปียกหรือลื่น
  • เกิดความร้อนในยาง : เมื่อแรงดันลมยางต่ำยังทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้นแล้วยังทำให้เกิดการระเบิดได้อีกด้วย

ยางรถยนต์มีวันหมดอายุด้วยนะ รู้หรือไม่? คลิก

 

ผลกระทบเมื่อแรงดันลมยาง “สูงเกินไป”

  • การยึดเกาะถนนลดลง : เมื่อแรงดันลมสูงเกินไป ส่วนที่สัมผัสกับพื้นถนนของยางจะลดลง ทำให้การยึดเกาะถนนลดลง โดยเฉพาะในขณะเข้าโค้งหรือเบรก
  • ความนุ่มนวลในการขับขี่ลดลง : ยางที่แข็งจะทำให้รู้สึกถึงแรงกระแทกจากถนนได้มากขึ้น ทำให้การขับขี่ที่ไม่สบาย
  • ดอกยางสึกหรอไม่สม่ำเสมอ : ส่วนกลางของดอกยางจะสึกหรอเร็วขึ้น เนื่องจากรับน้ำหนักมากขึ้น
  • ความเสี่ยงต่อการเสียหายของยาง : ยางที่แข็งจะเสียหายได้ง่ายๆ เมื่อเจอกับหลุมบ่อหรือสิ่งกีดขวาง

   การเติมลมไนโตรเจนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้ที่ต้องการดูแลรักษายางรถยนต์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการเติมลมสูงกว่าการเติมลมทั่วไปก็ตาม แต่ในบางสถานที่ก็มีบริการเติมลมไนโตรเจนให้ฟรีอยู่นะครับ แต่อยากจะบอกว่าการเติมลมไนโตรเจนมีข้อดีที่ได้ผลตอบรับกลับมาคุ้มกว่าแน่นอน

ความแตกต่าง! เติมลมแบบไนโตรเจน VS เติมลมธรรมดา และข้อดีของการเติมลมแต่ละแบบเป็นอย่างไร คลิก

 

   สำหรับท่านใดที่ต้องการนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า สามารถนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ช่องทาง Line : @unitedhonda Facebook : United Honda Automobile หรือโทร 02-432-2222 ได้เลยครับ

บทความอื่นๆ

วิกฤตดัชนีความร้อน 60 องศา! 5 จุดเสี่ยงบนรถที่คุณต้องเช็ก...ก่อนพังเมษานี้

วิกฤตดัชนีความร้อน 60 องศา! 5 จุดเสี่ยงบนรถที่คุณต้องเช็ก...ก่อนพังเมษานี้

01/04/2026

ความร้อนระดับนี้ไม่ได้ส่งผลเสียแค่กับร่างกายคน แต่ยังเป็น "ศัตรูตัวร้าย" ที่ทำให้อะไหล่รถยนต์เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หากไม่อยากให้รถมาพังกลางทางในหน้าร้อนนี้ ยูไนเต็ด ฮอนด้า ขอพาทุกคนไปเช็กด่วนกับ 5 จุดเสี่ยงบนรถที่ต้องระวังเป็นพิเศษ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ! เข้าสู่เดือนเมษายนแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอากาศบ้านเรามันร้อนทะลุปรอท! ล่าสุดกับกระแส "วิกฤตดัชนีความร้อนสูงแตะ 60 องศาเซลเซียส" ที่ทำเอาคนแทบละลาย แล้วรถยนต์คู่ใจของเราที่ต้องวิ่งฝ่าแดดเปรี้ยงๆ หรือจอดตากแดดทั้งวันล่ะ จะทนไหวแค่ไหน?

อ่านต่อ
อัปเดต Safety ใหม่! Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้าที่มี "ถุงลมกลาง" ต่างจากถุงลมทั่วไปยังไง?

อัปเดต Safety ใหม่! Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้าที่มี "ถุงลมกลาง" ต่างจากถุงลมทั่วไปยังไง?

27/03/2026

เจาะลึกระบบความปลอดภัยใหม่ใน Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ไฮไลท์เด่นคือ "ถุงลมกลางด้านหน้า" (Front Center Airbag) นวัตกรรมล่าสุดที่ช่วยป้องกันศีรษะกระแทกกันระหว่างคนขับและผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนด้านข้าง ซึ่งต่างจากรถทั่วไปอย่างสิ้นเชิง สัมผัสมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่าและอัปเดตเทคโนโลยี EV ก่อนใครได้ที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า

อ่านต่อ
หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อเครื่องยนต์ร้อนจัด (Overheat)

หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อเครื่องยนต์ร้อนจัด (Overheat)

26/03/2026

หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อความร้อนพุ่งสูง เติมน้ำเปล่าได้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น! แต่ไม่ควรใช้ถาวรเพราะเสี่ยงเกิดสนิม ตะกรัน และเครื่องยนต์ Overheat ได้ง่ายกว่าปกติ หากเข็มความร้อนขึ้นสูง ให้รีบหาที่จอดที่ปลอดภัย รอจนเครื่องเย็นสนิทก่อนตรวจสอบจุดรั่วซึม เพื่อความชัวร์ควรเปลี่ยนเป็นน้ำยาหล่อเย็นมาตรฐานและตรวจเช็กระบบระบายความร้อนที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า ทันที เพื่อป้องกันเครื่องยนต์พังเสียหายหนักครับ

อ่านต่อ
Uto