เลือกใช้ให้เหมาะ! ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ กับ 4 ล้อ มีความแตกต่าง

เลือกใช้ให้เหมาะ! ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ กับ 4 ล้อ มีความแตกต่าง

28/02/2024

   เคยสงสัยหรือเคยสังเกตกันหรือไม่ครับว่า ในรถยนต์ที่เป็นรถอเนกประสงค์อย่าง SUV และรถกระบะ มักจะเจอศัพท์ที่แปลกๆ อย่าง 2WD 4WD บางท่านอาจไม่เข้าใจว่าศัพท์นั้นความหมายว่าอย่างไรทำให้เกิดความสับสนและยากต่อการทำความเข้าใจหรือตัดสินใจในการซื้อรถก็ได้ครับ

   ซึ่งคำศัพท์เหล่านี้เป็นการแสดงถึงระบบขับเคลื่อนของรถยนต์ ที่เป็นส่วนประกอบที่ให้พลังงานแก่ล้อรถยนต์ ด้วยอักษร และตัวเลขที่รวมกันเป็นตัวย่อ เพื่อให้หลายๆ ท่านได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น วันนี้ ยูไนเต็ด ฮอนด้า จะพามาทำความรู้จักกับระบบขับเคลื่อนรถยนต์กันครับ

 

ขับเคลื่อน 2 ล้อ

   รถยนต์ที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะใช้กันจะเป็นประเภทระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น

  • ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า หรือ Front-Wheel Drive (FWD)
  • ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง หรือ Rear-Wheel Drive (RWD)

 

ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า

   เป็นระบบขับเคลื่อนที่พบมากที่สุดจะเป็นระบบขับเคลื่อนที่นิยมใช้ในรถยนต์โดยสารทั่วไป เหตุผลเพราะผลิตง่าย ไม่ซับซ้อน กินพื้นที่ห้องโดยสารน้อยกว่าระบบขับเคลื่อนล้อหลัง อีกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้ายังช่วยในการขับขี่ขึ้นเนินเขาและภูเขา เนื่องจากน้ำหนักของเครื่องยนต์ถูกบรรจุไว้ที่ด้านหน้าแล้ว ทำให้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าทำอัตราเร่งได้ดีกว่านั่นเองครับ

 

ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง

   ระบบนี้มักจะพบได้ในรถยนต์ระดับพรีเมียม และรถยนต์ที่มีสมรรถนะที่สูง ระบบขับเคลื่อนล้อหลังยังเคยได้รับความนิยมมากในอดีตอีกด้วย เพราะสามารถควบคุมได้ดีกว่าเนื่องจากการกระจายน้ำหนักมีความสมดุลกันมากขึ้นระหว่างด้านหน้าและด้านหลัง นอกจากนี้ระบบสามารถปรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมได้ดี ซึ่งในปัจจุบันรถยนต์ที่นิยมใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังส่วนมากจะเป็นซุปเปอร์คาร์ และรถยนต์ในระดับพรีเมียมที่เน้นสมรรถนะ

 

การใช้งานของระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ

   เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไป และอเนกประสงค์ ใช้เป็นรถครอบครัวก็ได้ครับ ห้องโดยสารกว้าง สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานในเมืองเป็นหลักก็เหมาะนะครับ เพราะประหยัดน้ำมันรวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลก็ไม่มากด้วยการผลิตที่ไม่ซับซ้อน

 

รถยนต์ฮอนด้า กับ ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ

   สำหรับระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ในรถยนต์ฮอนด้า จะมี...

 

ขับเคลื่อน 4 ล้อ

   โดยปกติแล้วระบบขับเคลื่อน 4 ล้อจะถูกนำไปใช้กับรถยนต์ที่สามารถรับมือกับถนนที่ขรุขระ บนถนนแบบออฟโรด และถนนที่ลื่นกว่าปกติ ในปัจจุบันระบบนี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 โหมด

  • ระบบขับเคลื่อนแบบพาร์ทไทม์ (Part-time 4WD)
  • ระบบขับเคลื่อนแบบฟูลไทม์ (Full-time 4WD)
  • ระบบขับเคลื่อน 4WD แบบอัตโนมัติ

 

ระบบขับเคลื่อนแบบพาร์ทไทม์

   โดยทั่วไปแล้วจะใช้งานแบบระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ในการขับขี่กับบนถนนที่ปกติ แต่ถ้าหากต้องการใช้กับสภาพถนนที่ขรุขระอย่างรุนแรง ผู้ขับขี่จะต้องเปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยตนเอง และเมื่อกลับมาขับบนถนนปกติแล้วจะต้องสลับระบบกลับมาเป็นระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดความเสียหายแก่ระบบขับเคลื่อนนั่นเองครับ

อันตรายเช็คด่วน! หากช่วงล่างเกิดมีเสียงขณะขับขี่ คลิก

 

ระบบขับเคลื่อนแบบฟูลไทม์

   ระบบนี้ก็ทำงานตามชื่อเลยครับ ก็คือเครื่องยนต์จะส่งกำลังไปยังแต่ละล้ออยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายกับระบบขับเคลื่อน เนื่องจากมีเฟืองทดรอบล้อหน้าเอาไว้ครับ เพื่อรับมือกับยางรถที่จะหมุนด้วยความเร็วที่แตกต่างกันในระหว่างที่มีการเลี้ยวรถ

 

ระบบขับเคลื่อน 4WD แบบอัตโนมัติ

   สำหรับระบบขับเคลื่อน 4WD แบบอัตโนมัติ จะเป็นการผสมกันระหว่างระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพียงแต่ระบบจะเปลี่ยนเป็นโหมด 2WD หรือ 4WD ก็ขึ้นอยู่กับสภาพถนนที่เจอ ณ ตอนนั้นนั่นเองครับ

 

การใช้งานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

   เนื่องจากระบบนี้เครื่องยนต์จะส่งกำลังไปยังล้อครบทุกล้อ ทำให้รถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถขับขี่ไปได้ในทุกสภาพถนน สามารถบรรทุกของหนักได้ดีอีกด้วย รวมไปถึงยังยึดเกาะถนนได้ดีเพราะรถยนต์มีความสมดุลที่มากกว่า สำหรับค่าใช้จ่ายก็อาจจะมากขึ้นมาหน่อยครับ

บรรทุกของเกินขนาด ต้องระวัง! ไม่ปลอดภัยและผิดกฎหมาย คลิก

 

รถยนต์ฮอนด้า กับ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

   สำหรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในรถยนต์ฮอนด้าจะมีเพียงรุ่น CR-V เท่านั้นครับ

 

เลือกให้เหมาะกับการใช้งาน

   ก่อนที่จะตัดสินใจในการซื้อรถยนต์ แนะนำให้พิจารณาจากไลฟ์สไตล์ที่เราใช้งานเป็นหลักนะครับ หากต้องการซื้อรถยนต์จะนำไปใช้งานในด้านใด เน้นเรื่องใดเป็นหลัก เพื่อให้ตอบโจทย์การกับการใช้งานของเรานั่นเองครับ 

 

ครั้งแรก! กับการขับรถทางไกล จะต้องเช็กอะไรบ้างก่อนออกเดินทาง คลิก

   สำหรับท่านใดที่ต้องการทดลองขับหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ฮอนด้าสามารถติดต่อได้ที่ Line : @unitedhonda Facebook : United Honda Automobile หรือโทร 02-432-2222 ได้เลยครับ


New Honda CR-V e:HEV

เริ่มต้น 1,399,000 บาท
ผ่อนเริ่มต้น 15,100 บาท/เดือน

ดูรายละเอียด

บทความอื่นๆ

แก้ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ในรถ Honda หลังจบทริปครอบครัว หรือปาร์ตี้บนรถ

แก้ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ในรถ Honda หลังจบทริปครอบครัว หรือปาร์ตี้บนรถ

20/01/2026

หลังจากการเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัว หรือกิจกรรมสังสรรค์บนรถ ไม่ว่าจะเป็น Honda City, Honda Civic, Honda HR-V หรือ Honda CR-V ปัญหาที่เจ้าของรถจำนวนมากพบเจอคือ กลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้องโดยสาร เช่น กลิ่นอาหาร กลิ่นอับ หรือกลิ่นจากระบบปรับอากาศ หากปล่อยไว้นาน อาจส่งผลต่อบรรยากาศการขับขี่และสุขภาพของผู้โดยสาร United Honda ขอแนะนำวิธีดูแลและแก้ไขกลิ่นไม่พึงประสงค์ในรถ Honda อย่างถูกวิธี เพื่อให้รถของคุณกลับมาสะอาด หอมสดชื่น พร้อมทุกการเดินทาง

อ่านต่อ
ลอกทันที หรือ เก็บไว้ก่อน? ชวนมาแชร์เคล็ดลับเล็กๆ ในการดูแลหน้าจอสัมผัสรถยนต์ฮอนด้าให้สวยนาน

ลอกทันที หรือ เก็บไว้ก่อน? ชวนมาแชร์เคล็ดลับเล็กๆ ในการดูแลหน้าจอสัมผัสรถยนต์ฮอนด้าให้สวยนาน

16/01/2026

ลอกทันที หรือ เก็บไว้ก่อน? ชวนมาแชร์เคล็ดลับเล็กๆ ในการดูแลหน้าจอสัมผัสรถยนต์ฮอนด้าให้สวยนาน สำหรับคนรักรถทุกท่าน เราเชื่อว่าช่วงที่รับรถมาใหม่ๆ หลายคนคงมีความรู้สึกคล้ายๆ กัน ก็คือ "น้องยังใหม่ ไม่อยากให้เป็นรอย" จนไม่กล้าลอกแผ่นพลาสติกที่ติดหน้าจอมาจากโรงงานออกใช่ไหมล่ะครับ! วันนี้ขอแนะนำข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ มาแชร์กัน ว่าจริงๆ แล้วการลอกพลาสติกออกทันที กับการพยายามเก็บน้องไว้ก่อน แบบไหนที่จะช่วยถนอมหน้าจอสัมผัสของรถคู่ใจของเราได้ดีกว่ากันในระยะยาว?

อ่านต่อ
ตั้งศูนย์ สลับยาง ถ่วงล้อ ควรทำเมื่อไร?

ตั้งศูนย์ สลับยาง ถ่วงล้อ ควรทำเมื่อไร?

13/01/2026

ดูแลรถให้ขับดี ปลอดภัย และประหยัดกว่าในระยะยาว การดูแลรถยนต์ไม่ได้มีแค่การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเท่านั้น แต่ การตั้งศูนย์ สลับยาง และถ่วงล้อ ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้รถขับดี ปลอดภัย และช่วยยืดอายุยางได้อย่างมาก หากทำอย่างถูกช่วงเวลา

อ่านต่อ
Uto