หากแร็คพวงมาลัยรั่ว! จะต้องทำการเปลี่ยนทันที สังเกตอย่างไรว่าแร็คพวงมาลัยรั่ว

หากแร็คพวงมาลัยรั่ว! จะต้องทำการเปลี่ยนทันที สังเกตอย่างไรว่าแร็คพวงมาลัยรั่ว

02/03/2023

   ปัจจุบันนี้รถยนต์ส่วนใหญ่มักจะต้องมีพวงมาลัยพาวเวอร์ ที่ทำหน้าที่หลักเพื่อช่วยในการผ่อนแรงในการบังคับพวงมาลัยในขณะที่เลี้ยวให้กับผู้ขับขี่โดยไม่ต้องสาวพวงมาลัยให้เมื่อยแขนเหมือนแต่ก่อน ดังนั้นในระบบของพวงมาลัยเพาเวอร์ย่อมมีความซับซ้อน และสำหรับปัญหาที่มักพบบ่อยๆ ก็คือ แร็คพวงมาลัยรั่ว 

   สำหรับอาการเริมแรกของชิ้นส่วนแร็คพวงมาลัยรั่วนั้น สามารถสังเกตได้ง่ายๆ ดังนี้

  • มีน้ำมันพาวเวอร์ลดลงจากการรั่วซึม (สังเกตได้จากปริมาณน้ำมันพาวเวอร์ในกระปุกน้ำมันพาวเวอร์ลดลงหรือมีหยดตามพื้น)
  • พวงมาลัยหนักบางจังหวะ เลี้ยวแล้วพวงมาลัยไม่คืนหรือมีระยะฟรีมากๆ
  • เมื่อขับขี่ทางตรงแล้วอาจมีเสียงดังบริเวณใต้คันเร่ง-แป้นเบรก
  • เวลาหมุนพวงมาลัยในขณะที่เลี้ยวจะมีเสียงดังผิดปกติ

   หากตรวจสอบหรือพบเจออาการเหล่านี้แนะนำให้รีบทำการเปลี่ยนนะครับ เพราะการเปลี่ยนแร็คใหม่ย่อมเป็นการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงพอสมควรขึ้นอยู่กับยี่ห้อของรถยนต์นั่นเองครับ

   รถยนต์ในบางรุ่นที่ใช้พวงมาลัยแบบไฟฟ้า EPS ซึ่งการใช้พวงมาลับประเภทนี้จะไม่ค่อยพบปัญหาแร็คพาเวอร์รั่ว แต่จะพบปัญหาที่เรียกว่า แร็คแห้ง แทนนะครับ อาการเบื้องต้นก็จะคล้ายๆ กันก็คือ พวงมาลัยหนัก-เบาสลับกัน รวมไปถึงการเกิดเสียงผิดปกติในขณะที่เลี้ยวอีกด้วย 

 

อันตราย! หากมองข้ามไป เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด "พวงมาลัยล็อค" คลิก

 

การดูแลรักษาแร็คพวงมาลัย

   สำหรับการดูแลชิ้นส่วนที่เป็นแร็คพวงมาลัย เพื่อยืดอายุการใช้งานหรือใช้ชิ้นส่วนใช้งานได้ตามอายุนั้นมีดังนี้

  • ไม่ควรหักเลี้ยวพวงมาลัยอย่างรุนแรงหรือหมุนพวงมาลัยเลี้ยวจนสุด
  • หลีกเลี่ยงถนนที่มีลักษณะขรุขระ แต่ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ให้ผ่อนรถให้เบาเพื่อไม่ให้กระแทกแรงจนเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการขับรถลุยน้ำท่วม
  • เปลี่ยนน้ำมันพาวเวอร์ตามระยะที่กำหนด
  • หมั่นตรวจสอบเช็คยางแร็คพวงมาลัยเพราะถ้าหากมีการฉีกขาดให้รีบทำการเปลี่ยนทันที ไม่อย่างนั้นโอกาสที่ฝุ่นหรือน้ำจะเข้าไปทำความเสียหายให้กับชุดกลไกเกิดการชำรุดได้

 

ขับรถอย่างไรไม่ให้รถพัง เมื่อต้องขับรถลุยน้ำ คลิก

   อย่างไรก็ตามชิ้นส่วนของรถยนต์เกิดการใช้งาน ซึ่งทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ ย่อมสึกหรอตามการเวลาหรือตามที่เราใช้งานนั่นเอง เพียงแต่ถ้าหากเกิดอาการผิดปกติกับเครื่องยนต์ควรทำการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ให้ดีและพร้อมก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยต่อตัวเราเองและครอบครัว รวมถึงเพื่อนร่วมทางด้วยนะครับ หากต้องการนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการ ที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า Line : @unitedhonda Facebook : United Honda Automobile หรือโทร 02-432-2222 ได้เลยครับ

อันตรายเช็คด่วน! หากช่วงล่างเกิดมีเสียงขณะขับขี่ คลิก


NEW HONDA ACCORD e:HEV

เริ่มต้น 1,479,000 บาท
ผ่อนเริ่มต้น 15,900 บาท/เดือน

ดูรายละเอียด

บทความอื่นๆ

5 จุดเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อต้องขับรถลุยฝน พร้อมเทคนิคการขับขี่ให้ปลอดภัย

5 จุดเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อต้องขับรถลุยฝน พร้อมเทคนิคการขับขี่ให้ปลอดภัย

28/05/2026

การขับรถในช่วงหน้าฝนเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับคนใช้รถใช้ถนนครับ แต่รู้ไหมว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนมักพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจทันทีที่ฝนเริ่มตก เพราะทัศนวิสัยที่แย่ลงและสภาพถนนที่เปลี่ยนไป

อ่านต่อ
ฝนตกหนักขับรถยังไงให้ปลอดภัย เจาะลึก Honda Sensing ช่วยอะไรคุณได้บ้างในวันฝนพรำ

ฝนตกหนักขับรถยังไงให้ปลอดภัย เจาะลึก Honda Sensing ช่วยอะไรคุณได้บ้างในวันฝนพรำ

27/05/2026

เจ้าของรถยนต์ Honda ที่มีเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง Honda Sensing (ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง) รู้หรือไม่ว่าระบบนี้ไม่ได้มีประโยชน์แค่ตอนแดดร่มลมตกเท่านั้น แต่ในวันที่ฝนตกหนัก ระบบนี้คือ "ฮีโร่" ที่ช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างอุ่นใจขึ้นเป็นกอง

อ่านต่อ
เปิดสเปกเวอร์ชั่นไทย Honda City Minorchange 2026 (SEDAN/HATCHBACK) : 1.0 TURBO / e:HEV 1.5 Full Hybrid

เปิดสเปกเวอร์ชั่นไทย Honda City Minorchange 2026 (SEDAN/HATCHBACK) : 1.0 TURBO / e:HEV 1.5 Full Hybrid

26/05/2026

เปิดสเปกเวอร์ชั่นไทย Honda City Minorchange 2026 (SEDAN/HATCHBACK) : 1.0 TURBO / e:HEV 1.5 Full Hybrid

อ่านต่อ
Uto