ฝืนขับอาจเสี่ยงเกิดอันตราย! สัญญาณเตือนหลับในขณะขับขี่

ฝืนขับอาจเสี่ยงเกิดอันตราย! สัญญาณเตือนหลับในขณะขับขี่

19/07/2024

   อาการหลับในเป็นอาการที่สับสนระหว่างการหลับและการตื่น โดยการหลับจะเข้ามาแทรกการตื่นอย่างเฉียบพลันโดยที่เราไม่รู้ตัวในช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 1-2 วินาที สำหรับอาการหลับในมักจะเกิดจากการ

  • อดนอน
  • นอนไม่เป็นเวลา
  • เวลาเข้านอนที่เปลี่ยนไปมา

 

   การอดนอนหรือการนอนน้อยหรือนอนไม่เพียงพอ ต่ำกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะหลับใน เพราะสมองอาจหยุดทำงานสั้นๆ ในชั่วคราว ส่งผลให้เกิดความง่วงกะทันหันทำให้งีบหลับไม่รู้ตัว ไม่ตอบสนองต่อการรับรู้สิ่งใดในภาวะหลับในได้ และหากอดนอนจนเรื้อรังในระยะยาวอาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าหลอดเลือดสมองตีบ

   การนอนไม่เป็นเวลา นอนดึกตื่นสาย ส่งผลเสียต่อร่างกายก็คือฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลง รู้สึกอ่อนเพลีย นอนไม่เต็มอิ่มอย่างการเข้านอนตี 4 ตื่นนอนเที่ยงวัน ซึ่งคุณภาพการนอนก็จะไม่ดีเท่ากับการเข้านอนตอน 4 ทุ่ม แล้วตื่นนอน 6 โมงเช้า เป็นต้น

   เวลาเข้านอนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจะทำให้ส่งผลให้สมองและเกิดความเสื่อมได้ เพราะโดยปกติแล้วสมองจะจำเวลานอนและเกิดความง่วงในเวลานั้นๆ ถ้าเปลี่ยนเวลาเข้านอนบ่อยๆ จะทำให้เวลานอนไม่ง่วง นอนน้อยลง หลับไม่เต็มอิ่ม

ง่วงนอนขณะขับขี่ อันตราย! 5 วิธีแก้ง่วงเมื่อต้องเดินทางไกล คลิก

ครั้งแรก! กับการขับรถทางไกล จะต้องเช็กอะไรบ้างก่อนออกเดินทาง คลิก

ขอขอบคุณช่อง : Ch7HDNews

 

สัญญาณเตือน!

   “หลับใน” เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน หากเริ่มมีอาการอย่าชะล่าใจหรือฝืนขับต่อนะครับ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

  • หาวบ่อย และหาวอย่างตื่อเนื่อง
  • ใจลอยไม่มีสมาธิ
  • รู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิด กระวนกระวาย
  • รู้สึกจำไม่ได้ว่าขับผ่านอะไรมาในช่วง 2-3 กิโลเมตรที่ผ่านมา
  • กระพริบตาถี่ๆ รู้สึกหนักตา ลืมตาไม่ขึ้น ตาปรือ มองเห็นภาพไม่ชัด
  • รู้สึกมึนๆ หนักศีรษะ
  • ขับรถส่ายไปมา ออกนอนเส้นทาง
  • มองข้ามหรือมองไม่ชัดสัญญาณไฟและป้ายจราจร

ใช้ผิดอาจเกิดอุบัติเหตุได้ หยุด! พฤติกรรมการใช้ไฟฉุกเฉินโดยไม่จำเป็น คลิก

 

ป้องกัน

   นอนให้เพียงพอ สำหรับจำนวนชั่วโมงที่เหมาะสมก็คือ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ยิ่งเฉพาะในเวลาที่จะต้องออกเดินทางไกลยิ่งควรพักผ่อนให้เพียงพอติดต่อกันอย่างน้อย 2-3 คืนขึ้นไปก่อนออกเดินทาง

   นอนเป็นเวลา ช่วงเวลาที่เหมาะสมก็คือช่วง 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืน เพื่อให้โกรธฮอร์โมนที่ช่วยเรื่องการเจริญเติบโตและส่งเสริมการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งจะหลั่งในช่วงตี 2 จนถึงตี 4 จะทำงานได้ดี เพราะฉะนั้นในช่วงใกล้ 3 ทุ่มควรจะฝึกตัวเองให้นอนพักผ่อนและเตรียมเข้านอนนะครับ

   นอนเวลาเดิมอย่างสม่ำเสมอ พยายามเข้านอนและตื่นนอนในช่วงเวลาเดียวกันทุกๆ วัน จะช่วยให้การนอนหลับเต็มอิ่มนั่นเองครับ

   งดดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อย่างเช่น โกโก้ กาแฟหรือชา หลังจาก 4 โมงเย็นไปแล้วครับ เพราะจะทำให้นอนไม่หลับหรือหลับได้ไม่ลึบ จะส่งผลให้ตื่นมาแล้วไม่รู้สึดสดชื่น

   หลอดไฟสีส้ม สำหรับในห้องนอนควรเลือกหลอดไฟที่มีสีส้มเพราะจะได้ไม่รบกวนดวงตา ช่วยให้ผ่อนคลายและหลับได้ง่ายมากขึ้น

   อุณหภูมิห้องนอนควรอยู่ระหว่าง 25-26 องศาเซลเซียส ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป จะช่วยให้ไม่ตื่นมากลางดึก ทำให้หลับสนิทได้อย่างต่อเนื่อง

บรรทุกของเกินขนาด ต้องระวัง! ไม่ปลอดภัยและผิดกฎหมาย คลิก

 

ขับรถแล้วหลับใน

   การเดินทางไกลแล้วต้องขับรถคนเดียวโดยไม่มีการสลับคนขับ ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าของร่างกาย สำหรับผู้ขับขี่นั้นจะต้องคอยจอดพักคันและรถทุกๆ 2 ชั่วโมง พร้อมกับงีบพักประมาณ 5-45 นาที หรือจะพักโดยการเดินไปมาเพื่อยืดเส้นเพื่อคลายความเหนื่อยล้า แต่จะต้องเลือกสถานที่ที่ปลอดภัยด้วยนะครับ 

   นอกจากนี้ระหว่างเดินทางไม่ควรทางยาที่ทำให้ง่วงอย่างเช่น ยาแก้แพ้ ยาแก้ปวด ยาคลายเครียด เป็นต้น ให้ยาขนมหรือลูกอมที่ทำให้ตื่นและสดชื่นมาทานแทนพวกขนมเปรี้ยวๆ

จอดพักรถก่อนที่จะเกิดอันตราย! ยิ่งขับไกลยิ่งต้องจอดพัก คลิก

แสบตาในขณะที่ขับขี่ ลดแสงรบกวนด้วยกระจกมองหลังตัดแสง คลิก

   ภาวะการหลับในในขณะขับรถเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยนะครับ มากไปกว่านั้นถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมานอกจากเราที่เจ็บแล้ว เพื่อนร่วมทางก็มาเจ็บกับเราด้วย ฉะนั้นควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนที่จะเดินทางจะได้ปลอดภัยทั้งเราและเพื่อนร่วมทางครับ

จอดรถใต้ต้นไม้ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย! ส่งผลร้ายมากกว่าที่คิด คลิก


NEW CITY HATCHBACK e:HEV

เริ่มต้น 729,000 บาท
ผ่อนเริ่มต้น 8,400 บาท/เดือน

ดูรายละเอียด

บทความอื่นๆ

วิกฤตดัชนีความร้อน 60 องศา! 5 จุดเสี่ยงบนรถที่คุณต้องเช็ก...ก่อนพังเมษานี้

วิกฤตดัชนีความร้อน 60 องศา! 5 จุดเสี่ยงบนรถที่คุณต้องเช็ก...ก่อนพังเมษานี้

01/04/2026

ความร้อนระดับนี้ไม่ได้ส่งผลเสียแค่กับร่างกายคน แต่ยังเป็น "ศัตรูตัวร้าย" ที่ทำให้อะไหล่รถยนต์เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หากไม่อยากให้รถมาพังกลางทางในหน้าร้อนนี้ ยูไนเต็ด ฮอนด้า ขอพาทุกคนไปเช็กด่วนกับ 5 จุดเสี่ยงบนรถที่ต้องระวังเป็นพิเศษ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ! เข้าสู่เดือนเมษายนแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอากาศบ้านเรามันร้อนทะลุปรอท! ล่าสุดกับกระแส "วิกฤตดัชนีความร้อนสูงแตะ 60 องศาเซลเซียส" ที่ทำเอาคนแทบละลาย แล้วรถยนต์คู่ใจของเราที่ต้องวิ่งฝ่าแดดเปรี้ยงๆ หรือจอดตากแดดทั้งวันล่ะ จะทนไหวแค่ไหน?

อ่านต่อ
อัปเดต Safety ใหม่! Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้าที่มี "ถุงลมกลาง" ต่างจากถุงลมทั่วไปยังไง?

อัปเดต Safety ใหม่! Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้าที่มี "ถุงลมกลาง" ต่างจากถุงลมทั่วไปยังไง?

27/03/2026

เจาะลึกระบบความปลอดภัยใหม่ใน Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ไฮไลท์เด่นคือ "ถุงลมกลางด้านหน้า" (Front Center Airbag) นวัตกรรมล่าสุดที่ช่วยป้องกันศีรษะกระแทกกันระหว่างคนขับและผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนด้านข้าง ซึ่งต่างจากรถทั่วไปอย่างสิ้นเชิง สัมผัสมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่าและอัปเดตเทคโนโลยี EV ก่อนใครได้ที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า

อ่านต่อ
หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อเครื่องยนต์ร้อนจัด (Overheat)

หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อเครื่องยนต์ร้อนจัด (Overheat)

26/03/2026

หม้อน้ำแห้ง เติมน้ำเปล่าได้ไหม? วิธีรับมือเมื่อความร้อนพุ่งสูง เติมน้ำเปล่าได้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น! แต่ไม่ควรใช้ถาวรเพราะเสี่ยงเกิดสนิม ตะกรัน และเครื่องยนต์ Overheat ได้ง่ายกว่าปกติ หากเข็มความร้อนขึ้นสูง ให้รีบหาที่จอดที่ปลอดภัย รอจนเครื่องเย็นสนิทก่อนตรวจสอบจุดรั่วซึม เพื่อความชัวร์ควรเปลี่ยนเป็นน้ำยาหล่อเย็นมาตรฐานและตรวจเช็กระบบระบายความร้อนที่ ยูไนเต็ด ฮอนด้า ทันที เพื่อป้องกันเครื่องยนต์พังเสียหายหนักครับ

อ่านต่อ
Uto